ร้ซึ่งประกายชีวิต แฝงไว้ด้วยสภาพพิสดารพันลึกอย่างบอกไม่ถูกถูกสายตาผีสางมารร้ายเช่นนี้จับจ้อง กระทั่งบุคคลอันเหี้ยมหาญเช่นหนิงอี้ ยังรู้สึกขนหัวลุกชี้ชันอย่างช่วยไม่ได้!ทันใดนั้นเอง เหวยเสิ้งพลันแปรเปลี่ยนท่วงท่าเป็นประหลาดลํ้าวิกลวิการ ร่างงองุ้มมาข้างหน้า แขนที่ถือกระบี่ยกชูขึ้นสูง ราวกับแมงป่องยกชูหางเตรียมเข่นฆ่าศัตรูหนิงอี้สะท้านขึ้นทั้งร่าง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก สัญชาติญาณกรีดร้องระงม นี่ผิดท่าแล้ว!ก่อนที่มันจะทันได้ตอบสนอง เห็นเหวยเสิ้งพลันแทงเบาๆ ใส่อากาศธาตุว่างเปล่าเบื้องหน้าพวกมันทั้งสองกระบี่หนึ่งปราศจากลมกระบี่ ไม่มีลำแสง ดูคล้ายเป็นเพียงท่าแทงตรงที่แผ่วเบาและอ่อนแรงเป็นอย่างยิ่งคราหนึ่งเพียะ!แต่แล้วลำแสงสีเลือดที่หนาหนักกว้างใหญ่ดุจนํ้าตก กลับถูกกระบี่อันแผ่วเบาและอ่อนแรงนี้แทงใส่จนขาดสะบั้นเป็นสองส่วน!สภาวะกระบี่ทะลวงผ่านลำแสงสีเลือดในชั่วพริบตา แล้วแทงใส่ซี่ร่มซี่หนึ่งอย่างถนัดถนี่!เพียะ ซี่ร่มซี่นั้นหักสะบั้นเป็นสองท่อนในบัดดล!หนิงอี้ทั้งตื่นตระหนกทั้งเดือดดาลพร้อมกัน!ซี่ร่มแต่ละซี่ของร่มอสุราภูตโลหิตหลอมสร้างขึ้นด้วยกระดูกวาฬของวาฬวิญญาณหยิน ซึ่งมันต้องเสี่ยงชีวิตมุ่งลึกเข้าไปในทะเลเมฆ เพื่อตามล่าสัตว์ร้ายพิสดารชนิดนี้ กระดูกแต่ละชิ้นแข็งแกร่งปานเหล็กกล้า กระบี่บินยากระคายผิว หลังจากแช่ไว้ในภูตโลหิตร้อยเคียดแค้นเป็นเวลาหลายร้อยวัน กระดูกแต่ละชิ้นจะยิ่งแข็งแกร