ทียบกับเหวยเสิ้ง และจงหยูกับเซี่ยซานแล้ว จั่วม่อกลับเป็นตรงกันข้าม มันต่อสู้อย่างราบรื่นสะดวกสบายกว่ามากม่านหมอกห้าธาตุที่จั่วม่อไม่มีปัญญารับมือ กลับถูกท่าดูดกลืนอันพิสดารของทหารยันต์ทองคำดำสยบในชั่วพริบตาสมดุลของชัยชนะเริ่มเอียงไปทางจั่วม่อทันทีเซียนยันต์ที่สูญเสียยุทธภัณฑ์เวทที่ทรงพลังที่สุดของตน เมื่อเผชิญกับพลังและความเร็วสะท้านขวัญวิญญาณของสังขารปิศาจมหาทิวา ก็ต้องประสบชะตากรรมอันน่าเวทนาแล้ว โดยเฉพาะกลวิธีต่อสู้ระยะประชิดด้วยพละกำลังของจั่วม่อ อาศัยความเร็วอันร้ายกาจเข้าสะกดข่ม ทำให้กู้หมิงกงตกอยู่ในสภาพเลวร้ายตลอดเวลา หากมิใช่ว่ามันมียุทธภัณฑ์เวทที่ลํ้าเลิศอยู่หลายชิ้นเกรงว่าคงถูกจั่วม่อทุบตีจนตายไปนานแล้วแต่ถึงกระนั้นสภาพของมันก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใดรอจนยุทธภัณฑ์เวทชิ้นสุดท้ายของมันถูกดาบเที่ยงวันของจั่วม่อผ่าออกเป็นสองซีก กู้หมิงกงก็หน้าเขียวคลํ้าแล้วมันกระทั่งทางหนียังไม่มี ความเร็วของมันอ่อนด้อยกว่าจั่วม่อมาก และสิ่งที่ทำให้มันอับจนปัญญามากกว่าเดิม คือจั่วม่อคล้ายกลับกลายเป็นคลุ้มคลั่ง โหมโจมตีอย่างป่าเถื่อนและกระชั้นเร่งร้อนไม่เปิดโอกาสให้มันพักหายใจแม้แต่แวบเดียว ถึงตอนนี้มันเริ่มสำนึกเสียใจที่โกรธแค้นเรื่องม่านหมอกห้าธาตุจนลืมยั้งคิดยุทธภัณฑ์เวทแม้ลํ้าเลิศสักปานใด หากสูญเสียไป ยังสามารถหลอมสร้างใหม่อีกชิ้นหนึ่ง แต่หากสูญเสียชีวิตน้อยๆ นี้ไป ก็ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือแล้ว