้านี้ถือเป็นสินนํ้าใจจากผู้น้อง จั่วเหล่าป่านโปรดยิ้มรับไว้”จั่วม่อย่อมยื่นมือไปรับไม้เท้าหยกอย่างเป็นธรรมชาติ พลางกล่าวว่า “เลี่ยวเหล่าป่านเกรงใจเกินไปแล้ว มามามา เชิญเข้ามานั่งสนทนาสักครา!”จากนั้นนำอาคันตุกะทั้งสองเข้าไปในเกาะรอจนเลี่ยวเหล่าป่านกับสวีเจิ้งเวยพบเห็นความคึกคักวุ่นวายภายในเกาะ พวกมันแม้ใบหน้ายังคงสงบราบเรียบ แต่ในใจลอบตื่นตระหนกสุดระงับ เห็นแสงกระบี่พุ่งผ่านไปทั่วเกาะ อย่างน้อยมีผู้คนนับเป็นพันๆ อีกทั้งขุมกำลังที่อยู่ภายนอกเกาะก็ไม่ได้ล่วงรู้เรื่องนี้แม้แต่น้อยคนทั้งสองตื่นตะลึงกับการเคลื่อนไหวอันประหลาดลี้ลับของจั่วม่อ ผู้ใดจะทราบได้ว่าในเกาะเต่าที่ดูสามัญธรรมดา กลับซุกซ่อนขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เลี่ยวฉีชางยังไม่กระไรนัก แต่สวีเจิ้งเวยในใจปั่นป่วนดุจพายุโหม! ในอดีตมันเคยมาเยือนเกาะตระกูลเยิ่นหลายครั้ง มีภาพประทับใจดั้งเดิมเกี่ยวกับสภาพเกาะ แต่เกาะเมฆแห่งนี้เปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิง จนมันไม่อาจหาร่องรอยของตระกูลเยิ่นเดิมได้แม้แต่น้อยหากถามว่าสิ่งใดที่สร้างความประทับใจให้แก่มันอย่างลึกลํ้าที่สุดในสถานที่นี้ นั่นย่อมเป็นความเข้มงวด!เห็นเซียนกระบี่ลาดตระเวนไปมาทั่วท้องนภา แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หากมีเซียนกระบี่เหินทะยานข้ามศีรษะท่านไปมา ด้วยขบวนทัพอันเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับกระบี่เล่มหนึ่งย่อมไม่ใช่ประสบการณ์อันน่ารื่นรมย์นักหากมองดูให้ดี อาจสามารถมอ