ำให้ผู้คนขนลุกขนชัน “เงาร่างโดดเด่นนั้นเจิดจ้าอยู่ท่ามกลางฝูงชน ประหนึ่งดวงตะวัน ผู้คนไม่อาจละสายตาจากมันไปได้!”ทุกผู้คนตัวสั่นระริก ขนหัวลุกกรูเกรียวจั่วม่อหันศีรษะกลับมา สายตากวาดมองฝูงชนที่สับสนงุนงงนํ้าเสียงกลับเป็นปกติ ชี้ไปยังเหลยเผิง ถามว่า “หากเจ้าพบคนเช่นนี้อยู่ท่ามกลางกลุ่มศัตรู เจ้าจะทำอย่างไร?”“ฆ่ามันทิ้งก่อนใคร!” เหลยเผิงถลึงตาโปนโตอย่างเหี้ยมเกรียม“ไฉนฆ่ามันก่อน?” จั่วม่อค่อยๆ ถามชี้นำ“คนเช่นนี้หากมิใช่ยอดฝีมือก็เป็นหัวหน้าของศัตรู พวกมันมีคุณค่าทาง… …มีคุณค่าทางกลยุทธ์สูงมาก!” เหลยเผิงตะกุกตะกักออกมา ภายใต้การฝึกฝนสุดหฤโหดของแม่นางน้อย สำหรับสมาชิกค่ายจูเชวี่ยทุกคน การศึกษากลยุทธ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกมัน กระทั่งบุรุษหยาบกระด้างเช่นเหลยเผิง ยังสามารถสาธยายหลักการเหล่านี้ได้คล่องปาก“เจ้ากล่าวถูกต้อง!” จั่วม่อชมเชยเหลยเผิง แล้วหัวร่อฮิฮะพลางกล่าว “เกาทัณฑ์ยิงใส่นกที่โผล่หัวออกมาเป็นตัวแรก นั่นคือสัจธรรม ยิ่งเจ้าอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวมากเท่าไร เจ้าก็ยิ่งอยู่ได้นานขึ้นเท่านั้น และยิ่งเจ้าอยู่ได้นานเท่าใด ก็ยิ่งทำกำไรได้มากเท่านั้น ชื่อเกาะเต่าซึ่งไม่สะกิดความสนใจของผู้คนนั้นเหมาะสมกับเรามาก วิธีการของเราคือขั้นแรกต้องทำตัวไม่สะดุดตา แสร้งทำเป็นอ่อนแอ แล้วจากนั้น… ฮี่ฮี่ พวกเจ้าก็รู้ดีแก่ใจ!”ทุกผู้คนเข้าใจทันที พากันพยักหน้าแรงๆ ดวงตาเป็นประกายแวววาว หันมองหน้ากันไป