องตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า กล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “ข้าผู้เป็นคุณหนูกำลังสงสัยอยู่ทีเดียว ว่าไฉนไม่พบหน้าเจ้านานแล้ว ที่แท้เจ้าไปเสาะหางานเป็นผู้นำทาง จุ๊จุ๊ ตระกูลซางเก่าแก่ที่เคยรุ่งโรจน์ถึงเพียงนั้น ที่แท้ตกตํ่าเพียงนี้แล้ว ชวนให้คุณหนูผู้นี้เศร้าสลดใจนัก วันนี้ได้พบเห็นกับตา จะให้คุณหนูผู้นี้ยืนดูเฉยๆ ได้อย่างไร?”“เยิ่นจิ้ง อย่าให้มันมากเกินไปนัก!” ซางเว่ยหมิงใบหน้าแดงกํ่ากำหมัดแน่นจนกระดูกลั่น“มากเกินไป? ฮ่าฮ่า! ถ้อยคำนี้เหมาะสมยิ่ง! ช้าชมชอบกระทำให้มันมากเกินไป” นางพลันหันมาทางจั่วม่อ “ท่านที่นับถือ กรุณาเมตตาปล่อยมันให้แก่ข้าเถอะ ท่านที่นับถือสามารถเลือกยุทธภัณฑ์เวทระดับสี่ได้ตามต้องการหนึ่งชิ้น”จากนั้นนางหันไปทางผู้ดูแลร้าน “จดลงไปในบัญชีของคุณหนูผู้นี้”“ทราบแล้ว!” ผู้ดูแลร้านรับคำอย่างนอบน้อมจั่วม่อยกมือขึ้น กล่าวเสียงเย็นชา “รอก่อน!”“ท่านที่นับถือคิดไม่ไว้หน้าเยิ่นจิ้งหรือ?” โฉมสะคราญใบหน้าเย็นเยียบจั่วม่อสีหน้าไม่สะทกสะท้าน “ข้าเพียงว่าจ้างพี่ซาง มันไม่ใช่ทาสของข้า ผู้น้อยไม่มีสิทธิ์จะขายมันให้แก่ผู้ใด”โฉมสะคราญเยิ่นจิ้งสีหน้าคลายลงเล็กน้อย “เช่นนั้นความหมายของท่านที่นับถือคือ?”จั่วม่อกล่าวเบาๆ “นี่ย่อมแล้วแต่ความยินยอมของพี่ซาง หากพี่ซางผงกศีรษะ ผู้น้อยก็ไม่มีวาจาจะกล่าว ไม่จำเป็นต้องมอบยุทธภัณฑ์ระดับสี่ให้แก่ข้า เพียงคืนค่าจ้างผู้นำทางมาก็พอ”เยิ่นจิ้งแย้มยิ้มเฉิดฉัน “ที่แ