งแต่เกิด หากพวกมันฝึกปรืออีกสักเล็กน้อย ก็จะแข็งแกร่งทรงพลังยิ่ง แต่มนุษย์เราไม่ได้มีพรสวรรค์เช่นนั้น จึงมักถูกสยบเอาไว้ตลอดมา”อสุภประหลาดบอกเล่าเสียงเรียบเรื่อยแผ่วเบา ราวกับกำลังบรรยายถึงบางสิ่งที่ไม่สลักสำคัญอันใดแต่จั่วม่อกับพวกกลับมีสีหน้าสับสนมึนงง เรื่องราวเหล่านี้สำหรับพวกมันแล้ว ยังน่าตระหนกยิ่งกว่ากระบวนท่าดรรชนีสะท้านฟ้าดินของอสุภประหลาดเสียอีก“เช่นนั้น…เช่นนั้นไฉนเผ่าพันธุ์มนุษย์ตอนนี้จึงเข้มแข็งที่สุดเล่า?” จั่วม่อตะกุกตะกักถาม“หากข้าคาดเดาไม่ผิด จะต้องเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณธรรมชาตินี้เอง สิ่งมีชีวิตเผ่าอื่นๆ แม้มีความสามารถที่ร้ายกาจ แต่เมื่อพลังปราณธรรมชาติกลับกลายเป็นหายาก ความสามารถตามธรรมชาติของพวกมันย่อมต้องอ่อนแอลง แต่เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ไม่เคยพึ่งพาความสามารถตามธรรมชาติตั้งแต่แรก จึงไม่ประสบความสูญเสียมากเท่าสิ่งมีชีวิตเผ่าอื่น …กาลเวลาเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง”อสุภประหลาดดวงสีเทาทอแววว่างเปล่า แต่วาจาของมันเต็มไปด้วยภูมิปัญญาอันลึกลํ้าจั่วม่อแม้สีหน้าคล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจอยู่บ้าง แต่มันทราบว่าสิ่งที่อสุภประหลาดกล่าวมา สมควรใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว“ต้าเหริน! ต้าเหริน!!จั่วม่อคล้ายสะดุ้งตื่นจากฝัน หันไปมองซุนเป่าผู้กำลังแล่นตรงเข้ามา ทำเสียงรับคำในลำคอ “อืมม์”ซุนเป่ากล่าวอย่างระมัดระวังถ้อยคำอยู่บ้าง “พวกเราตกลงใจจะหลอมสร้างเรือใหญ่!”“อ้อ