ี่ไม่เคยถอยร่น นิ้วที่ชี้ตรงดิ่งเป็นคำประกาศสงคราม!“เสียสติเกินไปแล้ว!” จีเฉิงสั่นศีรษะไม่หยุด พึมพำคำเดิมซํ้าๆ ราวกับต้องการให้ตัวเองเชื่อเช่นนี้ มันกระทั่งไม่ทราบว่าตนกล่าวอันใด “สาสม… …สาสมใจเกินไปแล้ว!”เนิ่นนานหลังจากนั้น จีเฉิงกับจีลี่หวี่ที่เลอะเลือนมึนงงค่อยตั้งสติได้ แต่ทั้งคู่จมลงในความเงียบงันอันแปลกประหลาด พวกมันไม่ทราบจะกล่าวว่ากระไร และไม่รู้จะใช้ถ้อยคำใดมาบ่งบอกบรรยายความรู้สึกของพวกมันในยามนี้บุรุษหนุ่มที่อายุไม่เกินยี่สิบปี กลับกล้าท้าทายแม่ทัพบัญชาการกองพลต่อหน้าผู้คนทั้งโลก!ในประวัติศาสตร์ของเผ่าอสูรยังไม่เคยปรากฏคนเสียสติเช่นนี้มาก่อน แต่วันนี้กลับปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา พวกมันถึงกับได้ชมดูกระบวนการทั้งหมดด้วยสายตาตัวเอง“เจี่ยเจีย ในความเห็นของท่าน อวี้เหิงจะรับคำท้าหรือไม่?” จีเฉิงถามขึ้นอย่างกะทันหันจีลี่หวี่กัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว “ต้องรับแน่”“มิผิด!” จีเฉิงสุ้มเสียงซับซ้อนไปด้วยอารมณ์หลากหลาย“อวี้เหิงจะต้องรับคำท้าอย่างแน่นอน! เซียวม่อเกอเองก็ต้องคาดการณ์ไว้แล้วว่าอวี้เหิงจะรับคำท้า คนผู้นี้ช่าง… …เสียสติโดยแท้!”มันเอาแต่ยํ้าคำ ‘เสียสติ’ หลายครั้งหลายครา ราวกับว่ามีแต่ทำเช่นนี้จึงสามารถระบายความรู้สึกที่แท้จริงของมันได้“พวกเราทั้งหมดอาจประเมินมันผิดพลาดไปตั้งแต่แรก” จีลี่หวี่ดวงตากลับคืนสู่ความกระจ่างชัดเจนอีกรอบ สติปัญญาเริ่มเฉียบแหลมตามปกติ นางสุดท้ายก็สงบเยื