้าขึ้นอย่างพออกพอใจ “นี่เป็นค่าจ้างของเจ้า”หมิงเจวี๋ยจื่ออึกอักรีรอ แล้วรวบรวมความกล้า กล่าวว่า“ท่านเซียวม่อเกอ ข้าหวังว่าจะสามารถใช้ค่าตอบแทนนี้แลกกับศาสตร์อสูรชุดหนึ่ง” จากนั้นกล่าวเสริมว่า “หากท่านมีมัน”จั่วม่องงงันวูบ ข้อเรียกร้องของหมิงเจวี๋ยจื่อเหนือความคาดหมายของมัน แต่ยังคงถามกลับว่า “ศาสตร์อสูรใด?”“ศาสตร์พฤกษาวารีกระจ่าง!” หมิงเจวี๋ยจื่อพอกล่าวจบ ก็เพ่งมองจั่วม่อตาเขม็ง สีหน้าตึงเครียดกังวลยิ่ง“ศาสตร์พฤกษาวารีกระจ่าง?” ในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยาพอได้ยินนามของศาสตร์อสูรนี้ต้องนิ่งอึ้งไป จากนั้นกล่าวกับจั่วม่ออย่างกะทันหัน “ถามมันว่ารู้จักหมิงต้วนหรือไม่?”“เจ้ารู้จักหมิงต้วนหรือไม่?” จั่วม่อถามอย่างไม่เกี่ยงงอนหมิงเจวี๋ยจื่อคึกคักกระตือรือร้นขึ้นมาทันที “เป็นบรรพชนของข้าเอง! ต้าเหรินรู้จักท่านบรรพชนใช่หรือไม่?”ในทะเลแห่งจิตสำนึก ผูเยานิ่งเงียบงัน เว่ยทอดถอนคราหนึ่ง“ผู เจ้ารู้จักมันใช่หรือไม่?” อันที่จริงอาศัยปฏิกิริยาของผูเยา จั่วม่อก็ทราบดี ว่าผูเยาจะต้องรู้จักหมิงต้วนอย่างแน่นอน ทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่รวบรัดธรรมดา แต่มันยังงุนงงสงสัยอยู่บ้างต้องนึกถึงหนานเยว่ขึ้นมา เมื่อครั้งหนานเยว่ ท่าทีของผูเยาก็เป็นเช่นเดียวกันนี้“บอกมัน” ผูเยาไม่ตอบคำ แต่สั่งการแทน “ศาสตร์อสูรสามารถมอบให้ แต่มันจะต้องติดตามเจ้าหนึ่งร้อยปี”จริงดังคาด เงื่อนไขก็เป็นเช่นเดียวกันกับหนานเยว่ จั่วม่อรำพึง