องเพื่อนพ้องรอบกายดังขึ้นในหูมันอย่างชัดเจน มันเหม่อมองเหล่าสหายร่วมตายที่กำลังโศกเศร้ารันทดอยู่รอบกายมัน แววตาว่างเปล่าเลื่อนลอยจากนั้นดวงตาอันเลอะเลือนค่อยสาดประกายเจิดจ้า มันกัดริมฝีปากแรงๆ เช็ดนํ้าตาบนใบหน้า หันหลังกลับ สุ้มเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ไปเถอะ!”“ไป? ไปที่ใด?” บรรดาทหารอสูรใต้บังคับบัญชาของมันเงยหน้าอันโศกเศร้าขึ้น ใช้สายตาว่างเปล่ามองดูมัน“ไปทวงถามหนี้แค้น!” เหลียงเวยตอบโดยไม่หันกลับไปมองสักแวบ
หลายวันมานี้จั่วม่อเฝ้ารออยู่ในคุกสิบนิ้ว ไม่ใช่ในคุกชั้นสาม แต่เป็นกระดานหมากรุกสัตว์ร้ายแดนร้าง ข้อมูลข่าวสารที่มันต้องการได้ประกาศและตั้งเงินรางวัลไปแล้ว ที่เหลือคืออดทนรอคอยเท่านั้นในเวลาเดียวกัน มันก็เฝ้ารอคอยผลลัพธ์ของอีกเรื่องหนึ่งด้วยข้อสันนิษฐานของศิษย์น้องกงซุนเปรียบเหมือนหนามที่ทิ่มแทงอยู่ในใจ ทุกคนในค่ายกำลังรอฟังข่าวคราวล่าสุดตามข้อสันนิษฐานของศิษย์น้องกงซุน สมควรได้ข้อพิสูจน์ยืนยันในอีกไม่ช้าไม่นานนี้อาจเป็นเพราะเรื่องนี้ จั่วม่อไม่มีอารมณ์สนใจสิ่งอื่นใด กระทั่งความสนใจในการศึกษาศาสตร์อสูรใหม่ๆ ยังไม่มีทันใดนั้น จั่วม่อสังเกตเห็นคังเจ๋อตรงเข้ามาด้วยสีหน้าขัดตา“ต้าเหริน ข่าวสารล่าสุดส่งมาถึงแล้ว แนวหน้าเพลี่ยงพลํ้าอีกครั้ง!กองพลนํ้าค้างแข็งเย็นเยือกแทบพินาศสิ้นทั้งกองทัพ หลงเหลือไม่ถึงหกร้อยคน” คังเจ๋อสุ้มเสียงสั่นสะท้าน ในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพร