ย่างสิ้นเชิง กระทั่งค่ายจูเชวี่ยกับค่ายเว่ยในปัจจุบัน ในสายตาของจั่วม่อ ยังไม่อาจยกขึ้นเทียบกับกองกำลังชั้นยอดของกองทัพอสูรที่มันเคยพบพานได้.บัดนี้มันกลับได้ยินคังเจ๋อบอกว่ากองทัพอสูรถูกซิวเจ่อโจมตีแตกพ่ายยับเยินกองทัพอสูรที่ร้ายกาจถึงปานนั้น ถึงกับพ่ายแพ้จริงๆ? ทั้งยังพ่ายแพ้หน้าประตูบ้านของตัวเองด้วย?เมื่อมันฟังว่าจำนวนทหารที่ล้มตายสูงถึงหนึ่งหมื่นสองพันคน จั่วม่อไม่ทราบจะกล่าวกระไรดีที่แท้ซิวเจ่อก็มีบุคคลอันร้ายกาจเช่นกัน… …มันยังแทบเชื่อไม่ลง แต่ก็ทราบว่าคังเจ๋อกับหนานเยว่จะต้องไม่พยายามหลอกลวงมันชัยชนะอันเจิดจรัสลบล้างภาพความอ่อนแอของบรรดาสำนักใหญ่ที่ฝังลึกอยู่ในใจของจั่วม่ออย่างสมบูรณ์ ทันใดนั้นมันพลันตระหนักว่า ส่วนลึกของบรรดาสำนักใหญ่ไม่ได้เป็นเหมือนที่มันเข้าใจแต่เพราะเหตุใดไม่ทราบ ในใจมันอดบังเกิดความรู้สึกแปลกพิกลไม่ได้ความอ่อนแอที่ซิวเจ่อแสดงออกมาในอดีต กับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ช่างย้อนแย้งกันมากเกินไปความแตกต่างระหว่างทั้งสองครั้ง ประดุจดินโคลนกับก้อนเมฆหรือว่า… … หรือว่า… …จั่วม่อเบิกตากว้างอย่างฉับพลัน ร่างแข็งทื่อ คลื่นความเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจแสร้งทำเป็นอ่อนแอ?สี่คำนี้ดุจดั่งอสนีบาตฟาดฟ้า ฉีกผ่านหัวใจของมันอย่างอำมหิตสีหน้ามันแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยากสละหลายอาณาจักรในดินแดน สละสำนักนับไม่ถ้วนเป็นเหยื่อล่อ… …เสียสติชัดๆ!จิตใจมันเลื่อนลอยมึนงง พึ