รากฏอยู่บนพื้นผิวของป้ายศิลาสุสาน ค่อยๆเยื้องกรายออกมาจากหลุมฝังศพ รอบดวงตาคู่งามที่ลึกล้ าดุจท้องฟ้าเที่ยงคืนล้อมรอบด้วยลวดลายอันซับซ้อนและวิจิตรงดงาม เต็มไปด้วยความพยศดุร้ายและน่าลุ่มหลง ผิวสีน้ าตาลเปลือกไม้เนียนละเอียด เรียบลื่นประดุจแพรไหมที่เลิศล้ าที่สุด เรือนร่างร้อนแรงเย้ายวน แม้จะอยู่ภายใต้ชุดเกราะสงครามยังไม่สามารถปิดซ่อนได้นางย่างกรายบนอากาศด้วยฝีเท้าแผ่วเบา มาจนถึงเบื้องหน้าผูเยาผู้ยืนแข็งทื่อดั่งรูปปั้น ก้มลงมอง แล้วแย้มยิ้มกระจ่างจ้าทรงเสน่ห์ “เสี่ยวผูผู… …”เพียะ โดยไม่มีการเตือน มือขวาของนางฉกวาบ ขยุ้มจับหลังคอของผูเยาเหมือนหิ้วคอไก่ตัวน้อยๆ จากนั้นยกขึ้นอย่างไม่บอกกล่าว ดึงร่างมันมาอยู่ตรงหน้านาง รอยยิ้มบนใบหน้ายังงดงามน่าลุ่มหลง แต่ในดวงตาดำขลับคล้ายมีบางสิ่งแตกปะทุ สุ้มเสียงของนางไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรง“เสี่ยวผูผู ท่าทีของเจ้าระยะนี้ไม่น่ารักเอาเสียเลย!”ผูเยาที่กำลังงุนงง พอจ้องมองดวงตาอันเคยคุ้นคู่นี้ ความทรงจำนับไม่ถ้วนประดังขึ้นมาพร้อมกันประดุจสายน้ าทลายเขื่อน ความรู้สึกที่เก็บกักมาหลายพันปีคล้ายปะทุขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ทันใดนั้นดวงตามันรื้นด้วยหยาดน้ า“ขี้แยอีกแล้ว น่าเบื่อจริงๆ” เพียะ แม่ทัพสตรีคลายมือ ปล่อยผูเยาร่วงลงมา สีหน้าดุร้ายหมายขวัญบนใบหน้านางเลือนหายไป บ่นพึมพำพลางเดินไปด้านหนึ่งสักครู่ให้หลัง ผูเยาในที่สุดค่อยตั้งสติได้ ตะกุกตะกักถามว่า “ต้า…ต้าเห