รินท่านยังไม่ตายหรือ?”“เจ้าต้องการให้ข้าตายหรือไร?” แม่ทัพหญิงตอบอย่างเกียจคร้าน นางโยนกรงเล็บมหึมาลงบนพื้น ทอดกายนอนลงบนกรงเล็บ อ้าปากหาวหวอดกล่าวเสียงอู้อี้ “ข้าไฉนง่วงนอนอีกแล้ว… …”ผูเยาไม่อาจระงับความปิติยินดีที่พวยพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจได้อีก ริมฝีปากสั่นระริก ชั่วครู่ต่อมา ไม่ทราบเพราะตุใด มันรู้สึกจมูกแสบร้อน น้ าตาสองสายทะลักลงมา เอ่ยเสียงปวดร้าว “ต้าเหริน พวกมันตายกันหมดแล้ว ทุกคนล้วนตายกันหมด!”แม่ทัพหญิงร่างแข็งทื่อ เนิ่นนานหลังจากนั้น ค่อยทอดถอนอ่อนเบา “ใช่ทุกคนล้วนตายหมดแล้ว เหลือแต่พวกเราที่ยังอยู่”เสียงทอดถอนยืดยาว เต็มไปด้วยความอ้างว้างเดียวดาย เศร้าเสียใจ และความรู้สึกผิด… …
จั่วม่อที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในชุดเกราะเต็มตัว ราวกับเป็นกองไฟขุมหนึ่ง คล้ายมีกระแสร้อนลวกนับพันสายปะทะกันอยู่ในร่าง แตกปะทุและสาดซัดไปทั่วปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้างออกมาอย่างรุนแรง กระทั่งจั่วม่อเองยังสั่นสะท้านนี่เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อใช้การแปลงร่างทั้งหกของสังขารปิศาจมหาทิวาพร้อมกันในคราวเดียวสิ่งที่สามารถเข้าสู่คุกสิบนิ้วมีแต่จิตสำนึกเท่านั้น สังขารร่างกายหรือพลังปราณไม่อาจคงอยู่ในที่แห่งนี้ เช่นนั้นมันไฉนสามารถใช้การแปลงร่างทั้งหกของสังขารปิศาจมหาทิวาได้เล่า? สิ่งที่กำลังโหมไหม้อยู่ในตอนนี้ หรือจะเป็นจิตสำนึกของมันเอง?เมื่อความคิดนี้บังเกิดขึ้น จั่วม่อรู้สึกในจิตใจระเบิดวาบทันใดนั้นเปลว