ไฟสีทองนับไม่ถ้วนแตกปะทุออกมาจากชุดเกราะ ลุกโชนเจิดจรัสจั่วม่อคนคล้ายเปลี่ยนเป็นเปลวไฟอันแกร่งกร้าวกองหนึ่ง
“เกิดอะไรขึ้น?” ผูเยาปากอ้าตาค้าง มันรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ท้าทายขอบเขตจินตนาการของมันอย่างแท้จริง ทุกสิ่งคล้ายไม่เป็นความจริง ทุกอย่างช่างเหลือเชื่อมากเกินไปในจิตสำนึกของจั่วม่อกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งหลุดออกจากความเข้าใจของผูเยาอย่างสิ้นเชิง“สังขารปิศาจมหาทิวาของมันกำลังจะรุดหน้า” แม่ทัพหญิงกลับสู่ท่วงท่าเกียจคร้านเฉื่อยชา กล่าวอย่างไม่เห็นสำคัญ“มันไฉนใช้สังขารปิศาจมหาทิวาภายในคุกสิบนิ้วได้?” ผูเยาถามปัญหาที่ติดค้างในใจมันมาเป็นเวลานาน“สังขารปิศาจมหาทิวาไม่ธรรมดาอยู่บ้าง” แม่ทัพหญิงกล่าวเสียงราบเรียบ “เด็กน้อยผู้นี้มีโชควาสนาไม่เลว เจ้าสั่งสอนมันฝึกปรือจิตสำนึก พอดีช่วยให้มันค้นพบวิถีทางที่ถูกต้องของการฝึกปรือสังขารปิศาจมหาทิวา”ผูเยาสีหน้ากลายเป็นแปลกพิกลทันที สังขารปิศาจมหาทิวาอันใด ผู้ใดอยากช่วยให้ฝึกปรือเจ้าสิ่งนี้กัน? ในใจมันต่อสู้กันเองอยู่ครึ่งค่อนวัน จากนั้นกัดฟันกล่าว “ต้าเหริน ข้ารับมันเป็นศิษย์ของข้าแล้ว”“อ้อ นั่นเป็นสิทธิ์ของเจ้า ไม่จำเป็นต้องรายงานข้า” แม่ทัพหญิงโบกมือตัดบท กล่าวอย่างไม่แยแสหวนนึกถึงเหล่าซือผู้ล่วงลับ ผูเยาฝืนใจกล่าวสืบต่อ “ได้โปรดเถอะ ต้าเหริน อย่าได้ถ่ายทอดทักษะปิศาจให้แก่มัน”“เสี่ยวผูผู นี่เกรงว่าจะไม่ดี