ีกสักครั้งเถอะ!”ไม่รอให้มันกล่าวจบ สายฟ้าแกร่งสายหนึ่งก็ฟาดวาบเข้าหามันเอง ผู้ที่มีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชนอย่างจั่วม่อ เมื่อตั้งใจลงมือโจมตี ไหนเลยจะมามัวพิรี้พิไรหรือมีเมตตาปราณี แต่สิ่งที่มันคาดไม่ถึงก็คืออสูรผมสีส้มกลับไม่ได้หลบหลีก และยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม เมื่อเห็นอีกฝ่ายอ้าแขนกว้าง ราวกับคิดโอบกอดสายฟ้าแกร่งอย่างรักใคร่ซี่ แกรก!สายฟ้าแกร่งภูตหยางฟาดใส่อสูรผมสีส้มอย่างถนัดถนี่ ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงแตกปะทุ อสูรผมสีส้มร่างสั่นระรัวประหนึ่งลูกเต๋าถูกเขย่า เรือนผมสีส้มลุกชี้ชันตั้งตรงเห็นควันสีเขียวลอยอ้อยอิ่งออกมาเงียบๆ“ฮู่ว” อสูรผมสีส้มพ่นลมหายใจยาวเยือกออกมาเป็นควันสีดำ ร่างหยุดสั่นกล่าวพึมพำกับตัวเองว่า “ที่แท้สายฟ้าแกร่งมีรสชาติเช่นนี้เอง!”โทสะของจั่วม่อเปลี่ยนเป็นความอัศจรรย์ใจ มันตระเตรียมกระบวนท่าตามหลังไว้พร้อมสรรพ ทันทีที่สายฟ้าแกร่งภูตหยางฟาดออกไป ไม่ว่าคู่ต่อสู้เคลื่อนไหวแก้ทางอย่างไร มันล้วนมีวิธีพลิกแพลงจู่โจมสืบต่อ แต่ร้อยคิดพันคำนวณยังคาดไม่ถึง ว่าอีกฝ่ายไม่เพียงไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย ซ้ ายังอ้าแขนรับอย่างยินดีปรีดา กระบวนท่าตามหลังทั้งหมดที่มันตระเตรียมไว้ กลับไม่มีปัญญาใช้ออกแล้ว“พี่น้อง ขออีกสักทีเถอะ!” อสูรผมสีส้มจ้องมองจั่วม่อด้วยสีหน้าหิวกระหายเจ้าผู้นี้ไม่ปกติหรือ? จั่วม่อไม่ว่ามองจากมุมใด มันก็มั่นใจว่าผู้อื่นไม่ปกติอย่างเห็นได้ชัด“เซียวม่อเกอ!” อสูรควันดำโพล่ง