ออกมาอย่างกะทันหัน ใบหน้าตื่นตะลึงสุดระงับจั่วม่อสะดุ้งเฮือก เวลานี้มันมีปฏิกิริยาตอบสนองกับชื่อนี้มากเกินไปอสูรผมสีส้มพอฟังดวงตายิ่งลุกวาวกว่าเดิม หัวร่อพลางกล่าว “ที่แท้เจ้าคือเซียวม่อเกอ ไม่น่าแปลกใจที่เจ้ารู้วิชาสายฟ้าแกร่ง ร้ายกาจ ร้ายกาจ! พี่น้อง ขอข้าอีกทีเถอะ!” ประโยคสุดท้ายกล่าวออกมาพร้อมดวงตาวิงวอน ท่าทางหิวโหยยิ่ง“อะแฮ่ม สหายของเจ้าไม่ปกติใช่หรือไม่?” จั่วม่ออดหันไปถามอสูรควันดำไม่ได้คนผู้นี้ดูปกติธรรมดากว่าเจ้าผมส้มมาก สนทนาถกเถียงกับคนไม่ปกติผู้หนึ่ง เป็นเรื่องไม่ฉลาดอย่างยิ่งอสูรควันดำดึงควันดำกลับมารวมตัวกัน กลายเป็นบุรุษสีดำผู้หนึ่ง สีหน้าอิหลักอิเหลื่อยิ่ง รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่บ้าง“ผู้ใดไม่ปกติ?” อสูรผมสีส้มถลึงตากลมกว้าง สีหน้าไม่ยินดี แต่พอเห็นจั่วม่อรั้งสายตากลับมามองมัน ก็รีบตีหน้ากะลิ้มกะเหลี่ย “พี่น้อง มามา ขอให้ข้าอีกสักรอบเถอะ!”จั่วม่อเพ่งพิศอสูรผมสีส้มอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าผู้อื่นเต็มไปด้วยความแปลกพิสดารอย่างบอกไม่ถูก มันไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับอสูรสติไม่เต็มเต็งไปมากกว่านี้ จึงหมุนตัวกลับทำท่าจะจากไป“เหวยเหวยเหวย! อย่าเพิ่งไปสิ!” อสูรผมสีส้มไม่พอใจเล็กน้อย “ไว้หน้าข้าบ้างให้ข้าชิมสายฟ้าแกร่งอีกสักรอบเถอะ!”โดยไม่หันกลับ จั่วม่อเดินพลางสั่นศีรษะอย่างระอาใจไปพลาง พบพานบุคคลอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ มันกระทั่งจะปลุกปลอบอารมณ์โกรธยังทำไม่ได้“เจ้าไม่อยาก แต่ข้าอยา