ฮวาจางสุ่ยไม่อาจทานทนอีกต่อไป มันตวัดมือขวับขวับ กลุ่มแสงสีฟ้าครามปลิวลิ่วออกมา กลุ่มแสงสีฟ้าโลดเต้นอยู่กลางอากาศ ก่อรูปร่างเป็นดอกไม้ในบัดดล“ตระกูลชิงฮวา!” อสูรควันดำสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงบุปผาสีฟ้าครามกลางอากาศพลันเปล่งแสงเจิดจ้า หมุนคว้างเข้าหาอสูรผมสีส้มด้วยวิถีอันพิสดาร บุปผาสีฟ้าครามเหล่านี้ทั้งเชื่องช้าและเอื่อยเฉื่อยอย่างน่าประหลาดแต่พาลบันดาลให้ผู้คนไม่ทราบจะหลบหลีกอย่างไร“ฮ่า! ลองลิ้มรสสายฟ้าแกร่งของข้าดูบ้าง!” อสูรผมสีส้มซัดสายฟ้าแกร่งสีแดงเพลิงออกไปอย่างลิงโลดสายฟ้าแกร่งเปลวเพลิงจู่โจมถูกบุปผาฟ้าครามอย่างถนัดถนี่ แต่ฉากอันเหนือคาดคิดกลับอุบัติขึ้น เห็นสายฟ้าแกร่งเปลวเพลิงทะลุผ่านบุปผาฟ้าครามไปดื้อๆ ลอยหายไปในระยะไกล บุปผาฟ้าครามไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย ยังคงหมุนคว้างเข้าหาอสูรผมสีส้มอย่างพิสดาร“ฮะ” อสูรผมสีส้มแทบไม่เชื่อในเคราะห์หามยามร้ายของตน สะบัดมือระรัว จู่โจมศาสตร์อสูรออกไปอีกหลายชุด แต่โดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งหมดล้วนพุ่งทะลุผ่านไปในอากาศธาตุ ไม่ได้หยุดยั้งบุปผาฟ้าครามเอาไว้แม้แต่ชั่ววูบ“ไปตายให้แก่ข้า!” ชิงฮวาจางสุ่ยผู้พิโรธสุดขีดคำรามอย่างสาแก่ใจจั่วม่อขมวดคิ้วนิ่วหน้า บุปผาฟ้าครามที่ล่องลอยอย่างแช่มช้ากลับทำให้มันสูดได้กลิ่นอันตรายอย่างเหลือเชื่อ มันพลิกฝ่ามือวูบ สายฟ้าแกร่งภูตหยาง ลำแสงบดกระดูกทลายปกปิด ทะลวงว่างเปล่า สามกระบวนท่าในหัตถ์พันใบน้อยซัดออ