กไปต่อเนื่องตามกันในชั่วพริบตาสามศาสตร์อสูรพุ่งผ่านบุปผาฟ้าครามออกไป โดยไม่เผชิญแรงปะทะแม้แต่น้อย“ฮ่าฮ่า!” คราวนี้ชิงฮวาจางสุ่ยหัวร่ออย่างลำพองใจ “ไร้ประโยชน์! พวกเจ้าตายเสียให้หมดเถอะ!”เห็นบุปผาฟ้าครามมากมายลอยขึ้นรอบกายมัน หมุนคว้างเข้าหาจั่วม่อกับอสูรควันดำ บุปผาฟ้าครามเหล่านี้ดูเหมือนเบาหวิวและเชื่องช้ายิ่งในชั่วพริบตานี้เอง บุปผาฟ้าครามดอกแรกพุ่งดิ่งลงใส่ร่างของอสูรผมสีส้ม เพียะเห็นลวดลายดอกไม้สีฟ้าอันกระจ่างชัดเจน ประทับลงบนร่างของอสูรผมสีส้ม“บุปผาฟ้าครามขย้ าวิญญาณ! พวกเจ้ารอรับความตายของพวกเจ้าเถอะ… …”เสียงหัวร่อคลุ้มคลั่งของชิงฮวาจางสุ่ยชะงักขาดหายไปอย่างกะทันหัน มันถลึงตามองอสูรผมส้มอย่างไม่เชื่อสายตา “เจ้า เจ้า เจ้า… …”อสูรผมสีส้มมองดูบุปผาฟ้าครามที่เปล่งแสงวูบวาบอยู่บนร่างของมันอย่างกระหายใคร่รู้ แล้วพลันเงยหน้าขวับ ดวงตาทอประกายร้อนแรง ร่างมันพลันสาดพุ่งขึ้นดุจสายลมกระโชก เอาร่างเข้ารับบุปผาฟ้าครามทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียวเพียะ เพียะ เพียะ!ทั่วร่างของมันกลายเป็นปกคลุมไปด้วยบุปผาฟ้าครามที่เปล่งแสงวูบวาบ ดูประหลาดพิกลถึงที่สุด ชิงฮวาจางสุ่ยประดุจถูกสายฟ้าฟาดใส่กลางศีรษะ ยืนเบิกตาอ้าปากค้าง มองอสูรผมสีส้มที่ปกคลุมไปด้วยรอยประทับบุปผาฟ้าครามอสูรผมสีส้มก้มศีรษะลงมองดูร่างตัวเอง จุปากชมเชยไม่ขาดปาก ทันใดนั้นเงยหน้าขวับ มองไปยังชิงฮวาจางสุ่ย มันชี้ตรงพื้นที่ว่างบนร่างกาย ร้อ