ช่แค่มันเพียงผู้เดียว ตระกูลทรงอำนาจที่กำลังตามหาหนานเยว่ ย่อมไม่ได้มีแค่ตระกูลเหลิ่งเท่านั้น“มิทราบว่าใช่คุณหนูหนานเยว่หรือไม่?” สตรีงดงามดุจนางสวรรค์ในอาภรณ์ขาว ปรากฏขึ้นที่ด้านข้าง พลางประสานมือคารวะหนานเยว่อย่างสุภาพ “ผู้น้องไป๋โหยวเหลียน” (ดอกบัวขาวอ่อนละมุน)“ฮ่าฮ่า! ช่างบังเอิญกระไรปานนี้!” บุรุษกำยำสูงใหญ่กว่าสามจั้ง ไม่ทราบผุดขึ้นจากที่ใด ประสานมือคำนับหนานเยว่อย่างโอ่อ่าผ่าเผย “คุณหนูหนานเยว่สบาย? ข้าเรียกว่าคังเจ๋อ” (คัง – สีเทา เจ๋อ – บ่อน้ า, บุญคุณ)เหลิ่งเยวี่ยกับไป๋โหยวเหลียนสีหน้าไม่ดีนัก แต่พวกมันล้วนเติบโตจากตระกูลทรงอำนาจ เพียบพร้อมด้วยความสุขุมและหลักแหลม แม้ว่าพวกมันจะหวาดหวั่นกังวล แต่ย่อมไม่แสดงออกทางใบหน้า รีบปั้นรอยยิ้มอีกครั้ง ราวกับพบพานสหายสนิทหนานเยว่ไม่ได้โง่งม นางพอเห็นเช่นนี้ พลันเข้าใจกระจ่างว่าเป็นเรื่องราวใด ในใจลอบฝืนยิ้มขื่นในเวลานี้เอง สุ้มเสียงที่ราวกับสวรรค์มาโปรด พลันดังขึ้นข้างหูหนานเยว่“หนานเยว่ เจ้าอยู่ที่นี่เอง”จั่วม่อค้นพบตำแหน่งของหนานเยว่ได้อย่างรวดเร็ว และรีบตรงเข้ามาหาหนานเยว่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ติดตามของมัน เป็นหนึ่งในคนของมันอย่างแท้จริง และสำหรับคนของมัน จั่วม่อมักจะดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีเสมอ มิหนำซ้ าในการคบค้าสมาคมที่ผ่านมา จั่วม่อรู้สึกว่าหนานเยว่เป็นเด็กดีในทุกด้าน ทั้งยังขยันขันแข็ง คุ้มค่าที่จะอบรมส่งเสริมหนานเยว่เมื่อพบเห็นจั