่วม่อ ราวกับพระมาโปรด “ต้าเหริน!”ขวับ สายตาของอีกสามคนหันขวับมายังจั่วม่อในบัดดล ทั้งสามแม้ว่าจะได้เห็นรูปโฉมของจั่วม่อในศาสตร์อสูรบันทึกภาพมาแล้ว เหลิ่งเยวี่ยถึงกับชมดูในสนามประลองด้วยตาตัวเอง แต่เมื่อได้ชมดูในระยะใกล้ พวกมันยังต้องตะลึงงันกับความเยาว์วัยของจั่วม่อ“ต้าเหริน!”ทั้งสามคนในเวลานี้ดูเหมือนเป็นน้ าหนึ่งใจเดียวกันอย่างน่าแปลกใจ รีบประสานมือค้อมกายอย่างนอบน้อม ความเคารพเทิดทูนบนใบหน้าพวกมันกลับไม่ได้เสกสรรค์ปั้นแต่งขึ้น แต่มาจากหัวใจของพวกมันจริงๆ พวกมันมีภูมิหลังตระกูลที่ดี ได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีที่สุด พลังฝีมือของพวกมันเหนือล้ ากว่าผู้คนรุ่นเดียวกัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เมื่อเทียบกับต้าเหรินที่อยู่เบื้องหน้าพวกมัน ยังจะนับเป็นอะไรได้ต่อหน้ายอดอัจฉริยะที่สามารถทิ้งร่องรอยไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของภพอสูร พวกมันยังจะมีที่ถือดีมาจากที่ใด?“อา?” จั่วม่องงงันวูบ สามคนที่มันไม่รู้จัก ใช่เรียกมันว่าต้าเหรินหรือไม่?คนเหล่านี้สมองมีปัญหา?มันมองหนานเยว่อย่างสงสัยใจ ชี้ไปยังคนทั้งสาม ถามว่า “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”“ต้าเหริน ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าใด” หนานเยว่ทำหน้าน่าสงสารจั่วม่อหันกลับมาถาม “ผู้ใดสามารถบอกข้าได้ว่านี่มันเรื่องอันใด?”ในฐานะเหล่าป่านที่ปกครองยอดฝีมือกลุ่มใหญ่ ย่อมกอรปด้วยตบะบารมีบารมีที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน เมื่อใดที่มันเคร่งขรึมจริงจัง สุ้มเสียงที่ไม่อนุญาตให้ผู้คนปฏ