ิเสธ ทำเอาคนทั้งสามถึงกับใจสั่นสะท้าน ทั้งสามล้วนฉลาดปราดเปรื่อง อาศัยประโยคสั้นๆ เพียงเท่านี้ พวกมันสามารถแยกแยะได้หลายประการกระทั่งเหลิ่งเยวี่ยที่เดิมอาศัยหนานเยว่ คาดเดาว่าจั่วม่อมาจากตระกูลสามัญซึ่งไม่เป็นที่รู้จัก ยังต้องเปลี่ยนข้อสันนิษฐานของมันในบัดดล“ผู้น้อยไป๋โหยวเหลียน เป็นตัวแทนตระกูลไป๋แสดงความยินดีที่ต้าเหรินพิชิตชัยในศึกทลายคุก” ไป๋โหยวเหลียนเอ่ยปากเป็นคนแรก สุ้มเสียงของนางทั้งเคารพนอบน้อมและอ่อนหวานน่าฟัง “ตระกูลไป๋ยังจัดเตรียมของขวัญแสดงความยินดีแก่ผู้อาวุโส ขอต้าเหรินโปรดยิ้มรับไว้”เหลิ่งเยวี่ยกับคังเจ๋ออดหดหู่ไม่ได้ ยามกะทันหันถูกแม่นางผู้นี้ชิงก้าวออกมาเป็นคนแรก พวกมันรู้สึกเหมือนกินแมลงวันลงไปทั้งตัว อึดอัดขัดข้องอย่างยากจะบ่งบอกบรรยาย แต่พวกมันทั้งสองยังคงมีปฏิกิริยารวดเร็ว รีบกล่าว“ตระกูลเหลิ่ง… …”“ตระกูลคัง… …”จั่วม่อพอฟัง เริ่มเข้าใจโดยคร่าวๆ ว่าเป็นเรื่องราวใด มันโบกมือตัดบทคนทั้งสอง “เอาเถอะ บอกสิ่งที่พวกเจ้าต้องการ ทีละคน” กล่าวจบคำ มันชี้ไปยังไป๋โหยวเหลียน “เริ่มจากเจ้า”ไป๋โหยวเหลียนในใจลอบภาคภูมิใจ แต่ไม่กล้าลืมตัว กล่าวอย่างเรียบๆร้อยๆ ว่า “ตระกูลไป๋ขอน้อมเชิญต้าเหรินเข้าพำนักในตำหนักศาสตร์อสูรธาราสันติสุข ผู้คนทั้งเบื้องสูงเบื้องต่ า ล้วนเฝ้ารอคอยต้าเหริน! ตระกูลไป๋ยินดีมอบสินน้ าใจให้แก่ต้าเหรินปีละหกล้าน และมอบหอวิญญาณหทัยให้เป็นที่พำนักของต้าเหริน