ที่นับถือสบาย” ฉีประสานมือคารวะตอบอย่างสุภาพ พลังจิตสำนึกของจั่วม่อแม้ไม่สูงส่งเท่าตัวมันเอง แต่ยังเหนือล้ ากว่าบรรดาศิษย์เหล่านี้ เมื่อพิจารณาจากอายุอานามแล้ว เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้พรสวรรค์ไม่รวบรัดธรรมดาพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม… …ฉีเริ่มหวั่นไหวใจ แสร้งถามอย่างเรื่อยเปื่อยว่า “มิทราบว่าท่านที่นับถือสังกัดตำหนักใด?”“ข้าไม่ได้สังกัดตำหนักศาสตร์อสูร” จั่วม่อสั่นศีรษะ ตอบตามความสัตย์ไม่ได้สังกัดตำหนักศาสตร์อสูร เหล่าอสูรย่อมไม่อาจเชื่อวาจานี้ได้“ไฉนไม่?” อสูรต้นไม้โบกกิ่งก้านอย่างกระหายใคร่รู้ เจ้าผู้นี้ดูคล้ายเป็นบุคคลอยากรู้อยากเห็นผู้หนึ่ง ถึงกับรีบออกมาถามเป็นคนแรก“ข้ามีเหล่าซือคอยสั่งสอนอยู่แล้ว”คำตอบของจั่วม่อเรียกเสียงพึมพำอย่างอิจฉาเลื่อมใส ตำหนักศาสตร์อสูรเป็นสถานที่ที่ดีสำหรับอสูรทั่วไป แต่ศิษย์ส่วนตัวของเหล่าซือย่อมให้รับการชี้แนะมากกว่าฉีลอบผงกศีรษะ หนนี้จั่วม่อไม่ได้โป้ปดมดเท็จมันพลันฉุกคิดถึงห่วงโซ่ศาสตร์อสูรน้อยที่หนานเยว่สำแดงออกมาระหว่างการทดสอบ หรือว่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของนางผู้นี้สอนให้กับนาง? ฉียิ่งครุ่นคิดเท่าใด ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้มากเท่านั้น มันเคยสอนชั้นเรียนของหนานเยว่มาก่อน มีความเข้าใจในตัวศิษย์ผู้นี้ดี ความมุ่งมั่นและมานะบากบั่นของหนานเยว่ไม่ต้องกล่าวถึง แต่พรสวรรค์ของนางอาจเรียกได้ว่าดีอยู่บ้างเท่านั้น ผลงานที่เปล่งประกายในการทดสอบครั้งล่าสุด ไม่ใช่ลักษณะขอ