เยาเหม่อมองจั่วม่ออย่างซึมเซา แม้ว่ามันเคยคาดเดาและมุ่งหวังให้เป็นเช่นนี้มาก่อน แต่เมื่อเห็นจั่วม่อร่ายศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยด้วยสายตาตัวเอง ความแตกตื่นตระหนกที่มันได้รับ ยิ่งรุนแรงกว่าผู้ใดทั้งหมดทันใดนั้นผูเยาหมุนกลับ ชายตามองป้ายศิลาสุสานหลายสิ่งหลายอย่างก่อนหน้านี้ อันที่จริงเป็นเพียงการประลองกำลังด้วยโทสะอย่างหุนหันพลันแล่น ของมันกับป้ายศิลาสุสาน แต่ตอนนี้… …ป้ายศิลาสุสานคล้ายเข้าใจความคิดของผูเยา พลังงานสีดำพลุ่งพล่านขึ้นในบัดดล!จั่วม่อผู้กำลังจมอยู่ในความฝันอันเลิศล้ า พลันสังเกตเห็นความผิดปกติบนป้ายศิลา ชี้ไปทางป้ายศิลาสุสานอย่างแปลกใจ ถามด้วยสีหน้ากระหายใคร่รู้ว่า “มันทำอะไร?”ผูเยาอารมณ์ดีขึ้นมาทันตา เหลือบมองป้ายศิลาแวบหนึ่ง หัวร่อฮี่ฮี่ “อ้อ มันเห็นพลังจิตสำนึกของเจ้ารุดหน้าก้าวไกล จึงอดปลาบปลื้มยินดีไปด้วยไม่ได้”“อ้อ!” จั่วม่อพยักหน้าทำท่าเข้าอกเข้าใจ จากนั้นถามว่า “ใช่แล้ว ผู สองกระบวนท่าที่เจ้าสอนข้าเมื่อครู่เรียกว่าอะไร? พวกมันร้ายกาจยิ่ง!”มองหน้าจั่วม่อ ผูเยายิ่งรู้สึกดีกว่าเดิม สบายตามากกว่าเดิม มุมปากประดับรอยยิ้มร่าเริง หันไปยิ้มให้แก่ป้ายศิลาสุสานก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้แข่งขันกับเจ้า แต่ตอนนี้ … …รอยยิ้มบนริมฝีปากเลือนหายไป ผูเยาหันกลับมามองจั่วม่อ เลิกคิ้วพลางถาม“เป็นอย่างไร? พวกมันใช้งานได้ดีหรือไม่? เทียบกับสังขารปิศาจมหาทิวาคงไม่อ่อนด้อยกว่ากระมัง?”“ไม่เลย ไ