ม่อ่อนด้อยกว่าแม้แต่น้อย!” จั่วม่อถูมือพลางยิ้มประจบ… … เจ้ายังไม่รู้เช่นเห็นชาติเดรัจฉานน้อยนี้อีกหรือ… …เจ้าเด็กร้ายกาจนี้ ผู้ใดให้น้ านมแก่มัน มันล้วนสามารถเรียกขานเป็นมารดาได้ทั้งหมด… …ผูเยาภาคภูมิลำพองใจยิ่ง… …แต่เส้นทางของข้า มักจะมีอนาคตมากกว่าเส้นทางของเจ้าเสมอ… …… … เหล่าซือ ท่านคงปลาบปลื้มยินดีกระมัง… …ความคิดมากมายวาบผ่านในใจของผูเยาจั่วม่อค้นพบโดยไม่คาดคิด ว่าสีหน้าของผูเยากลายเป็นเคร่งขรึมจริงจังโดยไม่รู้ตัว“วิชานี้เรียกว่าศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัย” ผูเยากล่าวเสียงทุ้มลึก“เช่นเดียวกันกับหัตถ์พันใบน้อย วิชานี้ประกอบด้วยศาสตร์อสูรชุดหนึ่ง คิดค้นโดยอสูรฟ้าอีกผู้หนึ่ง… เหล่าซือของข้าเอง”“เหล่าซือของเจ้า?” จั่วม่อตื่นตะลึงอย่างรุนแรงผูเยาหาได้ยากที่จะเล่าถึงอดีต และนี่เป็นครั้งแรกที่มันกล่าวถึงความเป็นมาของตัวเอง“มิผิด เหล่าซือของข้า!” ผูเยามีสีหน้าหวนรำลึก ยิ่งดูเคร่งขรึมกว่าเดิม ไม่หลงเหลือทีท่าเฉื่อยชาอย่างที่เคยมี มันจ้องมองจั่วม่ออย่างจริงจัง “จั่วม่อ เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าต้องการร่ าเรียนวิชานี้?”ท่าทีของผูเยาที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้จั่วม่อรู้สึกไม่ชอบมาพากลกับเรื่องนี้มันไม่ตอบตกลงในทันที แต่ถามอย่างใคร่รู้ว่า “ผู หากคิดร่ าเรียนศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัย มีเงื่อนไขใดบ้าง?”“นี่เรียบง่ายยิ่ง เจ้าจะต้องรับการสืบทอดของสาขานี้ต่อไป”“สามารถแจกแจงให้เฉพาะเจาะจงกว่านี