ในเวลาเดียวกัน จั่วม่อที่อยู่ภายในเจดีย์พลันลืมตาขึ้นอีกครั้ง
หมายเหตุ – แวะอ่านตรงนี้ก่อนครับ ตอนต่อไปจะได้เข้าใจมากขึ้น เกี่ยวกับระบบถ่ายทอดวิชาความรู้ จะเห็นได้ว่าฝั่งซิวเจ่อจะเป็นรูปแบบสำนักหรือค่ายพรรคใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเหมือนเป็นบ้าน ซือฟู่จะใกล้ชิดกับศิษย์มากกว่า จะสังเกตว่าการสอนของซือฟู่กับบรรดาศิษย์นี่ส่วนมากจะเป็นตัวต่อตัว สอนแบบใกล้ชิดทีละคน ส่วนฝั่งอสูรเหมือนจะใช้รูปแบบโรงเรียน นั่นก็คือ ตำหนักศาสตร์อสูรแต่ละแห่งเหมือนโรงเรียนมัธยมหรือมหาวิทยาลัย ลูกศิษย์ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในตำหนัก แต่จะมาเข้าคลาสเรียนตามเวลามากกว่า เหล่าซือจะเน้นสอนแบบชั้นเรียนที่มีศิษย์หลายคนดังนั้นเรื่องกฎระเบียบธรรมเนียมประเพณีความเข้มงวด ตำหนักศาสตร์อสูรจะไม่เคร่งครัดเท่าสำนักของซิวเจ่อ ซือฟู่นั้นมีพระคุณดุจบิดามารดา แต่เหล่าซืออาจจะไม่ลึกซึ้งถึงขนาดนั้น ส่วนฝั่งปิศาจนี่จะเน้นสายเลือดเป็นหลัก จุดถ่ายทอดวิชาความรู้ที่สำคัญที่สุดก็คือเผ่าพันธุ์หรือตระกูลนั่นเอง ตระกูลที่อ่อนแอก็จะเป็นลูกน้องของตระกูลที่แข็งแกร่งกว่า เพื่อหวังจะได้รับวิชามาพัฒนาตระกูลของตนต่อไป ดังนั้นเรื่องกฎระเบียบธรรมเนียมประเพณีความเข้มงวด เผ่าปิศาจจะเคร่งครัดที่สุด ไม่ต้องพูดถึงพระคุณหรืออะไรทำนองนั้นแล้ว แต่จะเป็นการรับใช้ชั่วชีวิตกันเลยทีเดียว ดังจะเห็นได้ว่าเผ่าปิศาจจะชอบพูดถึงเรื่องความจงรักภักดีหรือการสัตย์สาบานมากกว่