ฮู่ว ในที่สุดก็สำเร็จศาสตร์อสูรน้อยสามร้อยวิชาจั่วม่อระบายลมหายใจยาวลึก ศาสตร์อสูรน้อยไม่ได้ลึกล้ าหรือซับซ้อนแม้แต่น้อย แต่มีหลายวิชาที่ชวนให้ปวดเศียรเวียนเกล้า หากมิใช่ว่าพลังจิตสำนึกของมันมีรากฐานที่ไม่เลว เกรงว่าจะยากลำบากกว่านี้มากทันใดนั้นมันเงยหน้าขวับ มีความปั่นป่วนวุ่นวายเกิดขึ้นที่ด้านหน้าเกิดเรื่องแล้ว!จั่วม่อแทนที่จะหวั่นเกรงกลับปิติยินดี หลังจากหลายต่อหลายวันจนคร้านจะจดจำ นับตั้งแต่เข้าสู่สมรภูมิร้างบรรพกาลบัดซบนี้ นอกจากบรรดาโครงกระดูกผุสลายแล้ว พวกมันไม่เคยพบเจอสิ่งใดเลย จั่วม่อกระโดดลุกขึ้น ร่างหายวับไป แล้วปรากฏขึ้นที่ด้านหน้ากองคาราวานเห็นไม่ห่างออกไปเท่าใด ปกคลุมไปด้วยหมอกสีเลือดอันบางเบา คล้ายมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ภายใน กลุ่มหมอกสีเลือดนี้แผ่กว้างไพศาล ประหนึ่งไม่มีที่สิ้นสุดภายใต้ความระมัดระวัง กองคาราวานหยุดชะงักลงผูเยาโผล่ออกมา เพ่งตามองหมอกสีเลือดตรงหน้าอย่างเครียดขรึม “ระมัดระวังให้มาก นี่คือหมอกภูต ภายในสมควรมีสัตว์ร้ายวิญญาณภูต”นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จั่วม่อได้ยินผูเยากล่าวถึงสัตว์ร้ายวิญญาณภูต มันรู้สึกว่าทุกครั้งที่ผูเยากล่าวถึงสัตว์ร้ายชนิดนี้ สุ้มเสียงหนักอึ้งกังวลยิ่ง จึงอดถามไม่ได้ “เจ้าพวกนั้นร้ายกาจนักหรือ?”“อา” ผูเยาทำเสียงรับคำ ยังคงจ้องมองหมอกสีโลหิตที่อยู่เบื้องหน้า ดวงตาสีแดงเลือดแฝงแววฉงนสงสัยอย่างปิดไม่มิด “ไม่ว่าในสนามรบใด หากดวงวิญญาณไม่สาม