่นหยอกล้อกับเจดีย์น้อยและเจ้าเพลิงน้อยในบัดดลจั่วม่อไม่ได้ตรวจพบอาการแปลกๆ เหล่านี้ ในความเห็นของมัน การที่สือผิ่นเล่นกับเจดีย์น้อยและเจ้าเพลิงน้อยนับเป็นเรื่องธรรมดา มันมองดูครู่ครึ่ง ค่อยหันหน้าไปอีกทาง มองอากุ่ยด้วยสายตาห่วงใยกังวลจับมืออากุ่ยขึ้นมา เคลื่อนเศษเสี้ยวจิตสำนึกเข้าไปในร่างนาง จั่วม่อพลันขมวดคิ้วฉับ แสงสีม่วงภายในร่างอากุ่ยอ่อนจางยิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะกระเตื้องขึ้นแม้แต่น้อยอย่างไรก็ตาม พลังงานภูตทมิฬไม่ส่งผลกระทบใดต่ออากุ่ย ทำให้มันเบาใจลงเล็กน้อยเรื่องนี้ทำให้จั่วม่ออัศจรรย์ใจไม่น้อย เวทวิชากับเคล็ดวิชาลับของอากุ่ยช่างประหลาดลี้ลับ กระทั่งผูเยาที่คิดว่าตนรอบรู้ ยังไม่ทราบต้นกำเนิดของพลังสีม่วงสุดลี้ลับขุมนี้แต่เรื่องราวเหล่านี้ จั่วม่อไม่สนใจแม้แต่น้อย“อากุ่ย เราจะต้องหาทางออกไปได้อย่างแน่นอน”สุ้มเสียงของจั่วม่อไม่ดังไม่รุนแรง แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้าสือผิ่นกลับตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เต็มไปด้วยความอัปยศอดสูสำหรับผู้ที่มุ่งมั่นจะกลายเป็นสัตว์ปราณระดับสิบอันเลิศภพจบแดนเยี่ยงมัน ต้องยอมจำนนต่อพลังอันร้ายกาจของนกโง่ แม้ว่าจะอยู่ภายใต้ความอับจนหนทาง ยังคงส่งผลกระทบต่อมันอย่างหนักหน่วงรุนแรงมันเดิมทีถือตัวว่าเป็นสัตว์ปราณที่แข็งแกร่งที่สุดของจู่เหริน แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่ามันอยู่!กล่าวตามความสัตย์ สือผิ่นไม่ชมชอบนกโง่แม้แต่น้อย เจ้านกหลง