ว่าจะเป็นแบบนี้ ตอนที่เขาบอกว่าจะกลับบ้านเอง แล้วให้ผู้จัดการส่วนตัวกลับบ้านไปก่อน ผมคงอยู่เป็นเพื่อนเขาไปแล้ว”
“นายรักและเคารพรุ่นพี่ขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่…”
“ก็ตั้งแต่เมื่อวานน่ะสิครับ”
เป็นคำตอบที่น่าขนลุกมาก กรรมการผู้จัดการคิมใช้นิ้วกดขมับพลางส่ายหน้า
“ไม่ใช่จริงๆ ใช่ไหม ถ้ามีข่าวไร้สาระหลุดออกไปแม้แต่นิดเดียว นายได้จบเห่จริงๆ แน่ ถึงการทะเลาะชกต่อยกันระหว่างผู้ชายจะสามารถปกปิดได้ แต่การฟาดคนอย่างแรงจากทางด้านหลังไม่สามารถปกปิดได้หรอกนะ ไม่ใช่นายจริงๆ ใช่ไหม”
หัวหน้าทีมชาถามซ้ำเหมือนพยายามขอคำยืนยัน
“ก็บอกว่าไม่ใช่ไงครับ”
“…เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ถ้ามีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแม้แต่เรื่องเดียว ไม่ใช่นายคนเดียวที่จะซวยนะ ฉันก็จะตายเหมือนกัน”
กรรมการผู้จัดการคิมพูดด้วยสีหน้าซีดเผือดและเคร่งเครียด
“เป็นไปได้เหรอครับที่คนร้ายจะไม่เช็กกล้อง CCTV แล้วมาลอบทำร้ายดาราที่ดังขนาดนั้น? ถ้าไม่เช็กก่อนมาทำร้าย ผมว่าก็สมควรตายแล้วครับ”
“…”
“…”
เป็นไอ้นี่แน่ๆ คนร้ายคือไอ้นี่แหละ!
ใบหน้าของกรรมการผู้จัดการคิมและหัวหน้าทีมชายับยู่ยี่เหมือนผ้าขี้ริ้วที่ถูกบิด
“งั้นก็ลองติดต่อผู้กำกับดูสิครับ