นึ่งก่อนจะตอบอย่างตะกุกตะกัก
“ก็ ก็ไม่ใช่ว่าชอบหรอกครับ แต่ ผมก็ ไม่ได้เกลียดขนาดนั้นด้วย…”
สถานการณ์ที่ต้องแสดงความคิดเห็นว่าเกลียดหรือชอบคนที่บาดเจ็บจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อสร้างความอึดอัดใจให้กับอินซอบ แต่ถ้าจะให้พูดถึงความรู้สึกเกี่ยวกับคังยองโมล่ะก็ แน่นอนว่าต้องค่อนไปทางเกลียดอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายตายหรือพิการตรงไหน
“ถ้าใครมาเห็นคงนึกว่าคุณเป็นแฟนคลับของรุ่นพี่คังยองโมนะครับ คุณดูเป็นห่วงเขามากเลย”
“เรื่องนั้นมัน…”
“…?”
อีอูยอนรอคำพูดถัดไปของอินซอบด้วยสีหน้าสุขุม
“ก็แค่…เป็นคนที่รู้จักหน้าค่าตากันเฉยๆ น่ะครับ”
พอคิดว่าที่อาการของคังยองโมแย่ลงไปอีกเป็นเพราะตนเองแจ้งช้า อินซอบก็รู้สึกหนักใจขึ้นมา ความคิดที่ว่าการแก้แค้นของตนทำให้คนอื่นไม่ปลอดภัยรบกวนเขาอยู่ตลอดระยะเวลาที่มาที่นี่
“คุณอินซอบ...”
พออีอูยอนเห็นว่าอินซอบน้ำตาไหลอย่างเศร้าหมอง เขาก็ยิ้มจนตาหยี หัวใจของอินซอบสั่นสะท้านด้วยความกังวล เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไร
“อินซอบ! อินซอบ!”
กรรมการผู้จัดการคิมเปิดประตูห้องกรรมการผู้จัดการออกมาพร้อมเรียกชื่อเขา
“ครับ! กรรมการผู้จัด”
“เดี๋ยวต้องอยู่รับ