หลุดออกมาจากปากของอีอูยอน อีกเดี๋ยวเขาก็ต้องไปจากเกาหลี และเปิดโปงจุดอ่อนของอีอูยอนอยู่แล้ว ยังจะมาเรียกเขาว่าผู้มีพระคุณในชีวิตเนี่ยนะ
“ก็ต้องเป็นผู้มีพระคุณในชีวิตอยู่แล้วสิครับ ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าคุณเป็นผู้หญิง ผมจะแต่งงานด้วยเลยนะครับ ใช่ไหมครับ กรรมการผู้จัดการ”
กรรมการผู้จัดการคิมมองอีอูยอนด้วยสีหน้าตะขิดตะขวงใจ แต่เขาก็ไม่กล้าพูดว่า ‘ขอบคุณพระเจ้าที่นายเป็นผู้ชาย’ ต่อหน้าอินซอบ
“นะ นั่นสินะ ยังไงก็ตามเดี๋ยวนายช่วยอยู่รับโทรศัพท์ที่นี่หน่อยนะ เพราะเดี๋ยวเลยช่วงเช้าไปข่าวก็น่าจะออกแล้ว ถ้าพวกนักข่าวโทรมา นายก็ช่วยตอบไปตามสมควรแบบนี้ที”
อินซอบหยิบสมุดโน้ตออกมา และสอดปากกาไว้ระหว่างนิ้วที่บาดเจ็บ เขาเขียนเรื่องที่ตัวเองจะต้องทำลงไปอย่างใจเย็น
“อินซอบ นายเองก็ควรจะกังวลนะ เพราะมันน่าจะวุ่นวายไปสักพักเลย เวลาแบบนี้ถ้าเผลอพูดอะไรออกไปโดยไม่จำเป็นละก็…เอาเถอะ ยังไงก็สร้างภาพได้ดีอย่างกับผีอยู่แล้วนี่”
กรรมการผู้จัดการคิมพึมพำอย่างขมขื่นก่อนจะยื่นกระดาษนั่นนี่ให้อินซอบ อีอูยอนมองภาพด้านข้างของชเวอินซอบที่กำลังรับของพวกนั้นมา จากนั้นเขาก็ร้อง ‘อ๋อ’ พร้อมกับปรบมือเข้าหากันเห