ู้จัดการส่วนตัวขี้ขลาดจะจับริมฝีปากของตนในขณะที่สั่นระริกอยู่ได้อย่างไร พอเขาไม่มีความทรงจำเรื่องนั้นแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงรู้สึกไม่ยุติธรรม
เขาตัดสินใจที่จะปลุกอินซอบขึ้นมาก่อน
“คุณอินซอบ”
ทันทีที่เขาเขย่าไหล่ที่โน้มมาด้านหน้าประมาณสองสามครั้ง ชเวอินซอบก็ตกใจเหมือนคนที่โดนไฟลวก และลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เปล่านะครับ! ผมไม่ได้หลับนะครับ! ผมแค่หลับตาเฉยๆ ครับ”
“ช่วยเช็ดน้ำลายที่เปื้อนตรงมุมปากหน่อยครับ”
แม้อินซอบจะเช็ดบริเวณด้านข้างของริมฝีปากด้วยสีหน้าเก้อเขิน แต่มันก็ไม่มีอะไรเปื้อน หน้าของเขาเห่อร้อน เพราะคิดว่าตนถูกการล้อเล่นที่อีกฝ่ายแสดงหลอกอีกแล้ว
“เหนื่อยเหรอครับ”
“เปล่าครับ ผมสบายดี”
“แล้วมือโอเคขึ้นหรือยังครับ”
“ครับ เพราะคุณคอยเป็นห่วงผมเลยไม่เป็นไรแล้วครับ”
แม้ความจริงเขาจะยังรู้สึกเจ็บแปลบ และเจ็บจนอยากจะกรีดร้องออกมาทุกครั้งที่ความเจ็บนั้นปรากฏขึ้นมาตรงไหนสักที่ แต่อินซอบก็ทำตัวสบายๆ อย่างเป็นผู้ใหญ่พลางตอบออกไปแบบนั้น
“โอเคครับ งั้นเรามาคุยกันหน่อยนะครับ”
“…”
เราควรจะกลิ้งไปกลิ้งมาแล้วบอกว่าเจ็บจนจะตายแล้วมากกว่า จู่ๆ ก็จะเข้าประเด็นเลยเหรอ
ชเวอินซอบรู้สึกถึงเห