ยอนไม่แม้แต่จะแกล้งทำเป็นได้ยิน ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเขาตอบเหมือนจะฟัง
‘จะปล่อยคนป่วยอยู่ตามลำพังได้ยังไงกันครับ ผมทำแบบนั้นกับผู้มีพระคุณในชีวิตของผมไม่ได้หรอกครับ’
‘แล้วผมก็มีเรื่องที่อยากจะถามด้วย เราค่อยๆ คุยกันนะครับ’
บทสนทนาแบบนั้นวนเวียนกลับมาไม่มีสิ้นสุด
อีอูยอนลากอินซอบออกมาจากลิฟต์ด้วยความดื้อรั้น ชเวอินซอบอยากจะร้องไห้
ตอนแรกเขาเบาใจกับน้ำเสียงที่ได้ยินเบาๆ ตอนที่ลืมตาขึ้นมาในห้องฉุกเฉินและมึนด้วยฤทธิ์ขอยา เขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เขาได้ยินเสียงสะท้อนต่ำๆ แทรกอยู่ในนั้นบ้างเป็นครั้งคราวพลางคิดว่าเขาอยากจะได้ยินเสียงนั้นไปเรื่อยๆ ในขณะที่หัวใจของเขายังเต้นอยู่
ดีจัง ถึงเขาจะปวดตัวและเจ็บแปลบๆ ตรงนั้นตรงนี้บ้าง แต่เขากลับรู้สึกดี เพราะได้ยินเสียงเพราะๆ ที่เหมือนกับถูกคลุมด้วยกำมะหยี่อยู่เรื่อยๆ แต่พอเขาได้สติมากขึ้นและสามารถเข้าใจความหมายของบทสนทนานั้นได้ ปากของอินซอบที่กำลังอมยิ้มอยู่ก็ค่อยๆ นิ่งลงเรื่อยๆ เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เลือดที่สูบฉีดออกมาจากหัวใจไหลทะลักขึ้นไปบนหน้าอย่างชัดเจน
เขาขยับตัวด้วยความมุ่งมั่นที่ว่าเขาจะต้องออกจากตรงนี้ไปให้ได้ไม่ว่าจะต้อง