ามคิดที่โผล่ขึ้นมาในหัวลงไปได้ และเขาก็ปล่อยให้ตัวเองให้เป็นไปตามนั้น
“คุณกลับไปก็ได้นะครับ”
อีอูยอนใช้มือตบไหล่อินซอบพลางพูดต่อ
“ถ้าไม่ชอบถึงขนาดนั้น ก็แค่หันหลังแล้วเดินออกไปได้ครับ”
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลเหมือนกับการกระซิบเพลงกล่อมเด็กที่หูเด็กเล็กๆ อีอูยอนรู้สึกว่าไหล่ของอินซอบผงะทุกครั้งที่มือของตนแตะโดน เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่หยุดตบบ่าอีกฝ่าย
ตั้งแต่วันที่อีอูยอนรู้ว่าวิธีรับรู้ความรู้สึกของเขาต่างจากคนอื่น เขาก็ไม่พยายามเข้าใจคนอื่นอีกเลย เขาแค่ท่องจำรูปแบบของการกระทำที่เขาไม่เข้าใจเอาไว้ก็พอแล้ว
แต่เขาไม่สามารถท่องจำรูปแบบการกระทำของมนุษย์ที่ชื่อชเวอินซอบได้เลย เขาสัมผัสไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายชอบหรือเกลียดตน ถ้าหากเป็นคนที่เกลียดตนแล้วล่ะก็ อีกฝ่ายก็ดูจะอุทิศตัวมากเกินไปหน่อย และถ้าหากเป็นคนที่ชื่นชอบตน เขาก็คาใจกับท่าทีที่อีกฝ่ายมีต่อตนอยู่ดี เขาคิดว่าถ้าจับตามองอีกฝ่ายอยู่ข้างๆ ต่อไปอีกสักหน่อย เขาก็จะสามารถแยกได้อย่างชัดเจน แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เขาก็ยิ่งตัดสินได้ยาก ความจริงที่ว่าผู้จัดการส่วนตัวผู้อุทิศตนถึงขนาดวิ่งมาที่นี่โดยไม่แสดงความรู้สึกว่าไม่อยากมาผ่านข้อความ