้เห็นก็เอาบทหนีบไว้ตรงสีข้างและเดินจากไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ อินซอบไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาได้ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนน้ำตาของเขาจะไหลพรากๆ จนเขาไม่สามารถกลับไปสบตาอีอูยอนได้
“คุณอีอูยอน!”
เขาได้ยินเสียงสตาฟเรียกอีกฝ่ายจากที่ไกลๆ อีอูยอนหันตัวกลับไปและหายไปตรงที่ที่ผู้กำกับยืนอยู่ ตอนที่อีกฝ่ายเดินออกไปไกลจนไม่เห็นแผ่นหลังแล้ว สายตาของอินซอบก็พร่าเลือน น้ำตาที่เกาะอยู่บริเวณดวงตาก็เริ่มทำให้รองเท้าของเขาเปียก
เขาไม่ได้คาดหวังว่าอีอูยอนจะโมโหใส่คังยองโมต่อหน้าคนอื่นอยู่แล้ว เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ที่มีน้ำใจถึงขนาดทิ้งภาพลักษณ์ที่ตัวเองสร้างมาเพื่อใครสักคน และเขาก็ไม่ต้องการสิ่งนั้นตั้งแต่แรก
…แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็น่าจะแกล้งถามว่า ‘เป็นอะไรหรือเปล่า’ ได้นี่ เพราะเขาเป็นคนที่ถนัดในเรื่องแกล้งทำตัวเป็นคนใจดีต่อหน้าคนอื่นอยู่แล้ว
“…นี่เราหวังอะไรอยู่”
อินซอบใช้ฝ่ามือเช็ดน้ำตาพลางพึมพำ เขาก้มหน้าให้กับความโง่งมของตัวเอง
คนที่นี่ไม่มีความสามารถในการเรียนรู้ความเป็นมนุษย์หรือไง ทำไมถึงเป็นแบบนี้อีกแล้วเนี่ย ตั้งสติได้แล้ว จะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ ห้ามให้จิตใจอ่อนแอเด็ดขาดเลยนะ
ชเวอินซอบใ