ช้ฝ่ามือตบแก้มเพื่อรวบรวมกำลังกายและใจ
“อุ๊ย ดูท่าน่าจะเจ็บนะคะ”
อินซอบหันหน้ากลับไปด้วยความตกใจเพราะเสียงที่ได้ยินจากทางด้านข้าง
“นี่ค่ะ”
ผู้หญิงที่สวมชุดของหญิงเจ้าของโรงเตี๊ยมหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากขอบกระโปรงและยื่นให้ชเวอินซอบ ทันทีที่เขาเห็นหน้าของผู้หญิงที่ดูมีเนื้อมีหนังและนุ่มนิ่ม อินซอบก็นึกถึงเจนนี่ขึ้นมาโดยอัตโนมัติและน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาอีกครั้ง
“ร้องไห้ทำไมคะ เป็นผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่แล้วแท้ๆ”
“…ขอโทษครับ”
อินซอบรับผ้าเช็ดหน้ามาถือและรีบเช็ดตา เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าวันนี้เขาพูดคำว่าขอโทษไปกี่ครั้งแล้ว ช่างน่าอาย วันนี้เขาก็ได้ค้นพบว่าตัวเองไม่ได้โตขึ้นจากเด็กผู้ชายตัวผอมแห้งที่น้ำตาคลอเพราะตกใจกับพวกของเฟร็ดที่แกล้งตนเองเลยแม้แต่น้อย ช่างน่าเวทนา
“คงเป็นวันที่ดวงไม่ดีสินะคะ”
“…”
“เดิมทีแวดวงนี้ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ‘ถ้ารู้สึกไม่ยุติธรรมก็ออกไปซะ’ ถ้ามันแย่มากฉันก็จะพูดแบบนี้แหละค่ะ”
ดูเหมือนเธอจะคิดว่าชเวอินซอบเป็นตัวประกอบที่เธอไม่เคยเห็นหน้า
“ไปนั่งตรงนั้นสักหน่อยสิคะ ถ้าได้ตากลมสักหน่อยอารมณ์ก็จะดีขึ้นเองค่ะ”
เธอจับปลายแขนเสื้อของอินซอบที่หน้าแดงเพราะมัวแต่กลั้นเสีย