่บ้าน เขานึกกังวลว่าเจ้าวิลที่ตอนนี้กลายเป็นสุนัขแก่ๆ ที่ขนหลุดร่วงและมองไม่ค่อยเห็นจะสบายดีไหม
แฮปปี้เข้ามาดมกลิ่นชเวอินซอบตรงปลายเท้าและส่ายหางไปมา แม้เขาจะรู้ว่ามันหมายความว่า ‘จงเอ็นดูฉันสิ เจ้ามนุษย์’ แต่อินซอบก็ไม่สามารถยื่นมือออกไปได้ในทันที
“ทำไมล่ะ ไม่ชอบเหรอ หรือว่ากลัว มันไม่กัดหรอก”
“เปล่าครับ”
ตรงกันข้ามเลยต่างหาก เขาชอบมันมากเสียจนอยากจะดึงมันเข้ามากอดและกลิ้งไปกลิ้งมาตรงสวนหน้าบ้านตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
“งั้นก็ลูบมันสักครั้งสิ หางมันจะหลุดแล้วนั่น”
อินซอบยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เขาทำแบบนั้น แฮปปี้ก็นั่งลงและยกขาหน้าของตัวเองขึ้น ทุกคนหัวเราะให้กับท่าทางที่ทั้งน่ารักทั้งน่าขำนั้น ชเวอินซอบเองก็จับขาหน้าของแฮปปี้ไว้และยิ้มกว้าง
“ต่อไปก็ยิ้มแบบนั้นหน่อยนะ”
“ครับ?”
“อินซอบ นายน่ะทำงานดีนะ แต่หัวหน้าทีมชาเขาเป็นห่วงนายมากเลย เพราะนายเอาแต่ทำหน้าเศร้าอยู่ตลอด”
“…ผมเป็นห่วงในความหมายอื่นครับ”
สายตาของหัวหน้าทีมชาเสมองไปทางอีอูยอนอยู่ครู่หนึ่ง
“ทำไมคนหนุ่มแบบนายถึงแสดงความรู้สึกไม่เป็นขนาดนั้นล่ะ ไม่เห็นจำเป็นต้องทำตัวแข็งกระด้างเลย พวกเราไม่ใช่คนไม่ดีนะ…ไม่สิ ก็ไ