ถึงมาร้องไห้ในที่แบบนี้ล่ะครับ แถมยังจับหมาเอาไว้ด้วย”
แม้อยากจะบอกออกไปว่าไม่ได้ร้อง แต่น้ำตาที่ยังไม่อาจเช็ดได้ก็ไหลลงมาเรื่อยๆ ชเวอินซอบรีบใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดหน้า
“ร้องไห้ทำไมเหรอครับ”
อีอูยอนนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าและเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย บนสีหน้านั้นไม่ได้บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงหรือสงสารแม้แต่น้อย เจ้าตัวแค่สงสัยถึงเหตุผลที่ผู้จัดการส่วนตัวดึงสุนัขสกปรกๆ ตัวนั้นเข้ามากอดและร้องไห้เท่านั้น
“ผม…รู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยดีน่ะครับก็เลย…”
ชเวอินซอบกุเหตุผลที่เขาร้องไห้ขึ้นมาด้วยเรื่องโกหกที่ใกล้ความจริงที่สุด
แม้เขาจะคิดถึงบ้านและอยากจะทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับไปแค่ไหน แต่เขาก็เก็บคำสัญญากับเพื่อนที่พูดออกมาทั้งน้ำตาด้วยความกลัวอย่างมากเอาไว้ในใจ
“โธ่”
อีอูยอนดึงชเวอินซอบให้ลุกขึ้นพร้อมกับพูดต่อ
“ยังไม่ดีขึ้นอีกเหรอครับ งั้นก็ควรจะกลับไปพักสิครับ ไม่ใช่มากอดหมาร้องไห้อยู่ตรงนี้”
“ขอโทษครับ”
“มีอะไรให้น่าขอโทษกันล่ะครับ ผมไม่ได้เจ็บซะหน่อย”
แม้จะเป็นบทสนทนาที่สวนทางกันแปลกๆ แต่นี่ก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าจะพูดอะไรเพิ่มเติมได้ อีอูยอนอุ้มแฮปปี้ที่ร้องหงิงๆ อยู่ด้านหลังชเวอินซอบขึ้นมาด้วย