นุมัติหมดนะ”
“กรรมการผู้จัดการแค่พูดว่าโอเคนี่ครับ ส่วนผมเป็นทั้งคนประทับตรา ทั้งคนตรวจสอบเอกสาร”
“แต่ฉันก็ให้โบนัสนี่”
“เหอะ โบนัสเท่าหางอึ่ง”
ชเวอินซอบมองภาพคนสองคนเถียงกันเหมือนเป็นเพื่อนกันมานานและงเอ่ยพูด
“คุณทั้งคู่ดูสนิทกันมากจริงๆ นะครับ”
“สนิทกะผีน่ะสิ ฉันพามาอยู่ด้วยเพราะสงสารเด็กเด๋อๆ ที่เป็นโร้ดเมเนเจอร์ให้ฉันมากกว่า”
“หึๆๆๆ กรรมการผู้จัดการครับ ถ้าผมเล่าเรื่องสมัยที่กรรมการผู้จัดการพาเด็กๆ มาเที่ยวเล่นล่ะก็ จะไม่มีใครเชื่อฟังคุณเอาได้นะครับ”
“เฮ้ย หัวหน้าทีมชา เอาเรื่องสมัยนั้นมาพูดตอนนี้เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก”
“แล้วใครจะมาสนใจฟังคำพูดของเด็กเด๋อๆ ล่ะครับ ทำไมต้องทำหน้าเครียดด้วย”
หัวหน้าทีมชายิ้มอย่างล้อเลียนก่อนจะจับไหล่ของชเวอินซอบและพูดต่อ
“นายเองก็ต้องหาจุดอ่อนของดาราที่นายดูแลอยู่ให้เจอสักข้อสองข้อนะ เพราะวันหนึ่งมันต้องกลายเป็นสมบัติของนายอย่างแน่นอน”
อีอูยอนที่กำลังมองไปรอบๆ บ้านเท้าเอวพร้อมกับหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆ ให้ตายสิ คุณหัวหน้าทีม จะยุให้คุณอินซอบขุดคุ้ยจุดอ่อนของผมเหรอครับ”
“เปล่านะ ฉันก็แค่…”
“ผมมีจุดอ่อนที่ไหนล่ะครับ”
อีอูยอนขยิบตาอย่างขี้เล่น แต