ยออกมาจากผู้ชายพวกนั้น อีอูยอนดึงชเวอินซอบออกมาจากข้างในด้วยการขยับมือที่เป็นธรรมชาติเหมือนการปัดฝุ่นสกปรกทิ้งไป และพูดต่อเหมือนกับว่าพวกผู้ชายพวกนั้นไม่ได้อยู่ในสายตา
“กรรมการผู้จัดการกับหัวหน้าทีมชาไปรอที่รถแล้วนะ คุณไปเถอะครับ”
“ผะ ผม…”
ภาพที่อีกฝ่ายไม่สามารถหายใจได้อย่างเป็นปกติและพยายามจะพูดอะไรสักอย่างด้วยริมฝีปากที่ซีดเซียวนั้นน่าสงสารจนน่ารังเกียจ
“เดี๋ยวผมค่อยฟังนะ”
เขาไม่คิดว่าตัวเขาเองอยากจะฟังสิ่งที่เกิดขึ้นด้านในนั้น สิ่งที่สำคัญสำหรับอีอูยอนคือการหลุดออกไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจนี้
“ไปรอที่รถเถอะครับ”
“ผม…”
เขารู้สึกรำคาญชเวอินซอบที่พยายามจะอธิบายอะไรบางอย่างเพราะยังมีเรื่องที่อยากพูดอยู่ อีอูยอนเพิ่มแรงลงที่มือที่กำไหล่ของอีกคนเอาไว้และกระซิบด้วยเสียงต่ำๆ
“ผมไม่ได้ทำแบบนี้เพราะสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรอกนะครับ แต่ผมว่าไม่น่าจะมีอะไรดี เพราะสถานการณ์สกปรกๆ แบบนี้มันสะดุดตาคนอื่นน่ะครับ”
แม้จะเป็นเสียงเบาๆ แต่ก็ดังพอที่ชเวอินซอบและผู้ชายอยู่ติดกับพวกเขาจะได้ยินอย่างแน่นอน
“ว่าไงนะ สกปรกเหรอ แกว่ายังไงนะ”
ผู้ชายคนนั้นกระชากคอเสื้อของอีอูยอน ชเวอินซอบยื