่างฉิวเฉียดอีกครั้ง เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ชเวอินซอบหยิบยาที่อยู่ในกระเป๋าใส่ปากและเริ่มเคี้ยว
“ยาอะไรน่ะ นายกินยาแก้เมารถเหรอ”
มันคือยาโรคหัวใจที่มียาระงับประสาทอยู่ แต่เขากลับตอบไปมั่วๆ เพราะชเวอินซอบในเอกสารเป็นผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรง
“ยาแก้ปวดน่ะครับ”
“แล้วนายกินไอ้นั่นเข้าไปโดยไม่ดื่มน้ำเหรอ ไม่ขมหรือไง”
“ผมกินบ่อยจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้วครับ”
พูดมาถึงตรงนี้ชเวอินซอบก็รู้แล้วว่าตัวเองเผลอปากพูดอะไรออกไป ถ้าหากเป็นคนปกติ คงไม่เคี้ยวยาแก้ปวดจนกลายเป็นความเคยชินหรอก แต่กลับไม่มีใครสนใจคำพูดของอินซอบเลย อินซอบถอนหายใจเบาๆ เขาไม่อยากจะแสดงท่าทางที่หลุดออกไปจากภาพชเวอินซอบที่เป็นคนปกติและธรรมดาออกมาแม้แต่นิดเดียว
“นายอ่านไอ้นั่นรู้เรื่องในรถที่กำลังวิ่งด้วยเหรอ”
กรรมการผู้จัดการคิมมองอีอูยอนที่กำลังอ่านบทอยู่พลางเอ่ยถาม
“ทำไมล่ะครับ”
“ไม่เวียนหัวหรือไง ฉันยังรู้สึกคลื่นไส้เลย”
“ปกติกรรมการผู้จัดการก็คลื่นไส้ตอนอ่านหนังสืออยู่แล้วนี่ครับ”
หัวหน้าทีมชาหัวเราะคิกคักพลางเอ่ยล้อกรรมการผู้จัดการคิม
“ฉันเป็นแบบนั้นตอนไหน ฉันอ่านหนังสือเยอะจะตาย”
“หนังสือที่คุณอ่านเร็วๆ นี้ คุณก็