ายร้อนไปด้วย เขารู้สึกจั๊กจี้เหมือนมีแมลงไต่อยู่บนผิวหนังจนอยากเกา แม้ซังอูจะไม่สบายตัว แต่ในเมื่อเอ่ยปากอนุญาตไปแล้ว เขาก็ทำได้เพียงนั่งนิ่งๆ เท่านั้น
“เริ่มแล้วนะ”
“…ครับ”
แจยองสบตากับเขาพลางใช้ฟันดึงปลอกปากกา ทั้งที่ไม่มีอะไร แต่ท่าทางนั้นกลับดูเย้ายวน เจ้าตัวใช้มือข้างที่จับปากกาหยิบปลอกปากกาไปวางบนโต๊ะ จากนั้นเลื่อนเก้าอี้เข้ามาในระยะประชิด พลางกระชับมือที่จับแขนของซังอูและเริ่มวาดรูปด้วยปากกาเส้นหนา
เสียงปากกาเคลื่อนตัวไปบนผิวหนังอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุดดังขึ้น เส้นตรง เส้นตรง เส้นตรง แล้วก็เส้นโค้ง จับหัวปากกาตั้งขึ้น แล้วก็เอียงลง ความหนาของเส้นเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เปลี่ยนท่าทาง อีกทั้งทุกครั้งที่แจยองเอียงคอ มุมมองใบหน้าที่ได้เห็นก็ต่างกัน บางครั้งก็เห็นสันจมูกใต้ปีกหมวก บางครั้งก็เห็นดวงตาที่กำลังจดจ่อคู่นั้น เพราะแจยองกำลังจดจ่อกับการวาดรูป ซังอูจึงวางใจแอบมองอีกฝ่ายได้ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ
“ตอนคาบแรกของวิชา ‘Embedded System’ ก็ใช้ปากกานี้เขียนหน้าผมเหรอครับ”
แจยองผงะทำให้เส้นขาด
“…คงงั้นมั้ง”
เขาว่าพลางขีดเส้นต่อ
“จู่ๆ ถามเรื่องนั้นทำไม”
“กำลังคิดว่ามันคงลบไม่ค่อยออกน่ะครับ