เป๋าเบาๆ
“ไปกันเถอะ นายไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่”
“มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปครับ”
ซังอูตอบตามตรงแล้วกอดอก
“แต่ก็ควรไปเช็กสภาพแวดล้อมที่รุ่นพี่ทำงานเหมือนกัน เพราะดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไร งานก็เยอะด้วย ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานถึงจะดีกับทั้งสองฝ่ายไงครับ”
“ใช่แล้ว ฉันหมายถึงอย่างนั้นแหละ”
แจยองที่เคยนั่งหมดแรงอยู่ที่โต๊ะผุดลุกขึ้นทันที ซังอูเห็นดังนั้นก็เบิกตากว้าง
“ตอนนี้เหรอครับ”
“งั้นจะตอนไหนล่ะ”
“ผมยังไม่ได้เตรียมใจ….”
“จะต้องเตรียมใจอะไร ไปแค่แป๊บเดียว ตามมาเถอะน่า”
แจยองลากสายกระเป๋าของซังอูให้เดินมาด้วยกัน ระหว่างออกจากห้องสมุดซังอูก็เดินตามเงียบๆ ไม่พูดอะไร
อากาศช่วงต้นเดือนเมษายนสดชื่นและเย็นสบาย แจยองชอบอากาศแบบนี้ที่สุด เขาเดินผิวปากพลางดึงสายกระเป๋าของซังอูไปด้วยเมื่อรู้สึกว่าฝ่ายนั้นอยู่ห่างเกินไป จนกระทั่งมาถึงหน้าคณะศิลปกรรมศาสตร์
“มันเป็นห้องทำงานสำหรับสี่คน ลงทะเบียนรายเทอมก็ใช้ได้”
“งั้นก็มีคนอื่นอยู่ด้วยเหรอครับ”
“ก็มีอีกสองคน คนหนึ่งเห็นว่าไปเข้ากรม ส่วนอีกคนก็ทำแค่เรื่องที่ต้องทำเท่านั้นแหละ นายไม่ต้องสนใจหรอก”
“เป็นรุ่นพี่ผมเหรอครับ”
“เรียนปีเดียวกับนายแต่อายุเท่าฉัน ลองไปทักทาย