เอาเองเถอะ”
อายุมากกว่าสองปีแต่อยู่ปีเดียวกัน ซังอูมีสีหน้าสับสน ในกรณีแบบนี้ปกติแล้วแค่เรียกว่าพี่ก็จบ แต่สำหรับซังอูนั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แจยองเปิดประตูห้องทำงาน
“ที่นี่แหละ เข้าไปสิ”
ซังอูเดินเข้าไปในพื้นที่ที่มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่อยู่สี่โต๊ะ แจยองไม่เคยรู้สึกอึดอัดกับสถานที่นี้เลยสักครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกกระดากอายขึ้นมา โปสเตอร์ที่ติดซ้อนกันอยู่บนผนัง วันนี้กลับดูสกปรกเป็นพิเศษ บนพื้นมีกล่องต่างๆ กระดาษยับยู่ยี่ ถุงขนม ลำโพงที่เสียแล้ว เครื่องหนีบผม เครื่องนวดน่องขา รองเท้าแตะที่หายไปข้างหนึ่งและอื่นๆ อีกมากมายกระจัดกระจายอยู่ทั่ว เพลงแนวเฮวีเมทัลที่ยูนาเปิดไว้ฟังดูน่าหนวกหูเป็นพิเศษ หญิงสาวกำลังหลับตาโยกหัว ผมประบ่าสีเหลืองสดสะบัดอยู่กลางอากาศอย่างบ้าคลั่ง
‘…คิดๆ ดูแล้วสองคนนี้ไม่น่าจะเข้ากันได้แฮะ’
“เฮ้ย ชเวยูนา หันมานี่หน่อย”
“ทำไม”
เธอตอบโดยไม่หันมา แจยองมองหน้าซังอูราวกับเห็นผี อีกฝ่ายไม่มีทางพอใจอยู่แล้ว เพราะวันนี้ยัยนั่นดันใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีแดงและใส่โชคเกอร์ที่คอมาน่ะสิ
“ไม่ต้องไปสนใจยัยนั่นหรอก นั่งนี่สิ”
เมื่อแจยองชี้ไปยังที่นั่งของซองจิน ซังอูก็เดินเอากร