ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจก็หายไป พร้อมกับความโกรธแค้นที่ลุกโชนขึ้นมา
จะว่าไปแล้วประมวลกฎหมายสมัยก่อนก็มีคำพูดที่ว่า ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ อยู่ ไม่รู้สึกอะไรอย่างนั้นเหรอ? จางแจยองคงเข้าใจอะไรผิดแล้ว ถ้าเงื่อนไขทุกอย่างพร้อม ซังอูก็สามารถแก้แค้นได้เหมือนกัน เพียงแต่เขาไม่ใช่คนบ้าถึงขั้นนั้น เขาไม่เห็นประโยชน์ของการใช้พลังงานมหาศาลไปกับการทรมานคนอื่น
‘เราซะอย่าง ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้’
ซังอูหยิบปากกาเมจิกสำหรับฝนข้อสอบในกล่องดินสอออกมา การดึงปลอกปากกาให้ความรู้สึกเคร่งขรึมเหมือนชักดาบออกจากฝัก เขาจับปากกาอย่างระมัดระวังและขยับเข้าไปใกล้แจยองอีกนิด
ปลายปากกาชื้นๆ ขยับเข้าไปใกล้หน้าผากของแจยองแล้วหยุดชะงักกลางอากาศ ซังอูนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้วาดรูปมานานมากแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องวาดให้สวยเหมือนจิตรกรก็จริง แต่ความรู้สึกต่ำต้อยที่ตนไม่มีความสามารถด้านศิลปะกลับโผล่ออกมาขัดขวางการกระทำอันเด็ดเดี่ยว ความทรงจำตอนอยู่ ป.2 ที่ถูกคุณครูดุเพราะไม่วาดอะไรลงในกระดาษวาดเขียน กับ คำว่า ‘อันดับ 2 ของโรงเรียน’ ที่ได้มาจากการสอบปฏิบัติประเมินผลงานศิลปะตอนอยู่ ม.3 ปรากฏให้เห็นเลือนรางอยู่ตรงหน้า
ซังอูลังเลอยู่ชั่วครู่และตัด