ฮเยหัวเราะร่า
“แล้วโดนรังควานยังไงอีกคะ เล่ามาให้หมดเลยค่ะ”
“…เรื่องนี้ก็อาจจะฟังดูแปลกๆ เหมือนกันแต่เวลาเรียนฉันมีที่นั่งเฉพาะและต้องนั่งตรงนั้นเท่านั้นถึงจะมีสมาธิ”
“อ้อ! ฉันเคยเห็นในซีรีส์ของอเมริกาค่ะ ไม่รู้พูดได้หรือเปล่า แต่มันคืออันนั้นใช่ไหมคะ โรคย้ำคิด[6]…”
“หมอบอกว่าไม่ถึงกับผิดปกติ เอาเป็นว่าคนคนนั้นชอบมาจองที่ก่อน ทำให้ฉันไม่ได้นั่งตรงนั้น ยิ่งนั่งห่างจากตรงนั้นเท่าไรก็ยิ่งไม่มีสมาธิ แต่จะไปนั่งใกล้ๆ ก็ไม่ชอบไอ้… ไม่สิ คนคนนั้น ไม่รู้แล้วว่าต้องทำยังไง”
“อืม…ถ้าอย่างนั้นก็แค่นั่งข้างๆ แล้วใช้ฉากกั้นสิคะ ตอนประถมก็เคยใช้อยู่นี่นา”
ยอมให้ตัวอยู่ใกล้แต่บล็อกการมองเห็นไปเสีย วิธีนี้ก็ฟังดูใช้ได้เลย ซังอูเริ่มเชื่อถือวิธีคิดที่ยืดหยุ่นของจีฮเยมากขึ้นเรื่อยๆ
“แล้วก็ตอนอยู่ที่ห้องสมุดเขาชอบสั่นขาและเปิดหนังสือเสียงดัง เสียงพลิกกระดาษมันน่าหงุดหงิด…”
“ใช้ที่อุดหูก็ได้นี่คะ ไม่แพงหรอกค่ะ”
จีฮเยหัวเราะร่า ซังอูจึงหัวเราะตาม
“ขอบใจนะ ไว้คราวหน้าฉันจะเลี้ยงข้าว”
“จริงเหรอคะ ฉันจะตั้งตารอเลยค่ะ!”
วันนั้นซังอูตัดสินใจไปร้านทุกอย่างพันวอนแทนห้องสมุดเพื่อช็อปปิ้งครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อกินข้าวเสร