ลื่อนสายตากลับมามองซังอูอีกครั้ง
“ทำไมไม่เมินสายพี่ล่ะ ทำเอาหงุดหงิดเลยนะเนี่ย”
ซังอูไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไร ไม่ว่าใครจะใช้กำลังหรือข่มขู่น่ากลัวอย่างไร เขาก็มั่นใจว่าตัวเองสามารถรับมือได้อย่างห้าวหาญ แต่คู่ต่อสู้ที่หาเรื่องทะเลาะด้วยความสงบนิ่งแบบนี้ เขายังไม่เคยเจอมาก่อน
“ซังอู ทำไมไม่ตอบล่ะ”
น้ำเสียงของแจยองนุ่มนวลเกินกว่าจะเป็นการชวนทะเลาะ ซังอูตัดสินใจถอยมาตั้งหลักรออีกฝ่ายเผยธาตุแท้
“เชิญพูดธุระมาเถอะครับ”
“คุยกันก็สบตากันด้วยสิ”
นั่นไม่ใช่คำขอที่ยากเย็นอะไร ซังอูเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย คราวนี้ฝ่ายนั้นกลับหลบตา หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดอีกมวนแล้วเอาแต่พ่นควันไม่พูดไม่จาอยู่ครู่ใหญ่ จากนั้นก็สบตากับซังอูอีกครั้งแล้วยื่นมือขวาออกมาอย่างกะทันหัน
“ต้องทำเกมด้วยกันแท้ๆ ก่อนอื่นเรามาคืนดีกันไหม”
มือใหญ่ที่ยื่นมาหาดูไม่สมจริงสักนิด ซังอูรู้สึกแคลงใจ
“เราไม่เคยทะเลาะกันแล้วจะคืนดีกันได้ยังไงครับ อีกอย่าง ผมไม่ทำงานร่วมกับรุ่นพี่ครับ”
แจยองแค่นหัวเราะอย่างหมดคำพูดพลางเก็บมือ
“คิดว่าฉันขอนัดเจอนายทำไม”
“ไม่รู้ครับ”
“นายนี่ขาดจินตนาการนะ”
“เจอผมแล้วก็ใช่ว่าคะแนนของรุ่นพี่จะเปลี่ยนไป รุ่นพี่ก็