ยอนอีและพ่อขาดสะบั้นลงหลังจากได้รับข้อความดังกล่าว พ่อจัดการใส่ซองทั้งหมดสองซองไว้ในตู้จดหมายของบ้านเล็ก ๆ หลังนั้น ซองหนึ่งเป็นเช็คโกลด์ที่มีมูลค่าเกินจำเป็นสำหรับการเลี้ยงดูเด็กไปมากโข ส่วนอีกซองเป็นแบล็กการ์ดที่เอาไว้ให้ยอนอีใช้ส่วนตัว
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นลูกชายวัยสิบหกปีที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าและโกหกว่าเป็น 「ไกด์ระดับ B」 แต่อย่างน้อยหัวหน้าสถาบันวิจัยก็คิดว่าเขาได้ทำหน้าที่พ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองแล้ว เป็นเรื่องที่น่าซาบซึ้งและเฮงซวยไปในเวลาเดียวกันจริง ๆ
สุดท้ายยอนอีก็ยอมไปโรงเรียนตามคำขอและสมัครเข้าทำงานในศูนย์ไลบรัมจ์อันแสนห่างไกลหลังเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ถึงจะเสียดายที่ต้องอยู่ห่างจากอึยบิน แต่การอยู่ห่างจากสถาบันวิจัยของพ่อทำให้เขาสบายใจมากกว่า
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น
“……เรื่องมันก็ประมาณนี้แหละครับ ถ้าไม่ได้แม่ลูกคู่นั้น ชีวิตผมอาจจะเหลวแหลกไปแล้วก็ได้ ถึงยังไงอึยบินก็เป็นเพื่อนที่ผมรักและอยากจะปกป้องให้ดีที่สุดน่ะครับ ตอบประมาณนี้โอเคหรือยังครับ?”
เขาตัดทอนเรื่องราวส่วนใหญ่ออกและเล่าแค่ข้อเท็จจริงทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ในขณะเดียวกัน ชเวซารังก็ตั้งใจฟังคล้ายกับกำลังฟังนิทานโหดร้าย