างแน่แท้
ยอนอีรังเกียจการอยู่ใต้ร่มเงาของพ่อจึงพยายามหลบหนีออกมาก แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่วายแผ่ขยายร่มเงาของตัวเองลงมาผ่านวิธีการอื่น ๆ อย่างเช่นเงินทองอยู่ดี
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้บัตรพ่อมา 4 ปีแล้วก็เถอะ
“ครับ ก็… ไม่เป็นไรครับ วันนี้ขอบคุณมากเลยนะครับ ผมทำให้คุณหมอต้องใช้ความสามารถอันทรงคุณค่าไปกับเศษสวะแบบนั้นซะได้ น่าเสียดายจริง ๆ ครับ”
ชเวซารังที่กำลังเงยหน้ามองยอนอีไม่ละสายตา โบกมือเป็นพัลวัน
“แหม แค่นี้เองค่ะ เมื่อกี้เหมือนคุณจะพูดเรื่องค่าจ้างด้วย เรื่องเงินน่ะฉันมีเยอะแล้ว ไม่ต้องการของแบบนั้นหรอกค่ะ”
“ถึงยังไงผมก็ต้องตอบแทน…”
เมื่อเห็นยอนอีลูบหลังคอของตัวเองด้วยสีหน้าลำบากใจ ชเวซารังก็เดินเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าวพร้อมรอยยิ้มบาง
“ถ้าอยากตอบแทนจริง ๆ คุณช่วยมาเดตกับฉันได้ไหมล่ะคะ แล้วก็ทานข้าวด้วยกันสักมื้อ”
“…ครับ?”
“อ้อ แน่นอนว่ายังไม่ใช่ตอนนี้หรอกนะคะ รอให้คนไข้คิมอึยบินดีขึ้นก่อนค่อยนัดกันก็ได้ ว่าไงคะ?”
หญิงสาวพูดขณะที่เบนหน้าเขินอายไปทางอื่นเล็กน้อย มือทั้งสองข้างขยับยุกยิกอยู่ไม่สุข ใบหูของเธอแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด
เมื่อยอนอีเอาแต่จ้องมองโดยไม่ได้ตอบอะไร คุณหมอสาวที่เริ่มกระวนก