ุณกันแบบนี้สินะ”
เลือดสีแดงฉานไหลเยิ้มเป็นสายบนกำปั้น จูแดยองคงสติหลุดไปแล้วจึงได้แต่รองรับหมัดของเขาราวกับคนตายโดยไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมา ดวงตาเหลือกลานเหมือนกับวิญญาณหลุดลอยไปจากร่างเป็นที่เรียบร้อย ยอนอีเงื้อแขนขึ้นหวังจะซัดเข้าที่เบ้าตาอีกสักครั้งสองครั้งแต่ใครบางคนกลับพุ่งเข้ามาสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง
เมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาจากเนื้อตัวอีกฝ่าย ยอนอีก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเพื่อนรักของเขานั่นเอง
“พอ พอแล้ว ยอนอี…”
“ปล่อย”
“ขืนทำต่อนายจะกลายเป็นฆาตกรนะ อย่าทำเลย นายจะเป็นแบบนั้นไม่ได้นะ ได้โปรดเถอะ…”
เธอเอาหน้าผากถูไถกับไหล่ของยอนอีพร้อมกับสะอึกสะอื้นร้องไห้ออกมาอย่างเศร้าสร้อย
ทั้งที่เธอบอกเองว่ากลับบ้านไม่ได้เพราะมีงานล่วงเวลา บอกว่าคุยโทรศัพท์ไม่สะดวกเพราะหวัดลงคอ บอกว่าไม่เป็นไร ไว้ค่อยเจอกัน
แต่ตอนนี้กลับมีสภาพราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
คิมอึยบินโกหกได้เก่งขนาดนี้เชียวเหรอ แม้ในตอนนี้ยอนอีจะโกรธจนแทบคลั่ง แต่เขาก็ยอมคลายกำปั้นออกเพราะเพื่อนรักของเขากำลังตัวสั่นขึ้นทุกที
ยอนอีตัดสินใจผละออกจากร่างแน่นิ่งของจูแดยองและหันมาปลอบโยนอึยบิน ผู้หญิงตัวเล็กในอ้อมกอดร้องไห้เงียบ