อึยบินหรือเปล่า?”
ครั้งนี้เธอเอ่ยถามอย่างจริงจัง คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วงลูกสาว ยอนอีเคี้ยวอาหารในปากก่อนจะกลืนลงไปแล้วจึงวางช้อนตะเกียบลง
“ทำไมเหรอครับ? หรือว่าเธอมีปัญหาอะไร”
“เปล่าจ้ะ ก็ไม่ได้พูดแบบนั้นหรอก...”
จองซุกลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่ เธอหลุบตาลงมองพื้นก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา
“ตอนคุยโทรศัพท์กันเมื่ออาทิตย์ก่อน เด็กคนนั้นเสียงแหบ ๆ ทั้งที่ปกติจะเสียงสดใสร่าเริง พอถามว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าก็ไม่ยอมตอบเลย”
ยอนอีนึกถึงงานศพของจูมีฮุน เขามั่นใจว่าอึยบินผู้จิตใจอ่อนไหวง่ายก็น่าจะร้องไห้คร่ำครวญคนเดียวอยู่ไม่น้อย ยอนอีกำลังจะอ้าปากอธิบายเพื่อให้ผู้เป็นแม่ของเพื่อนรักสบายใจ แต่อีกฝ่ายกลับชิงพูดต่อขึ้นก่อน
“โทรไปหาก็ไม่ค่อยรับ นาน ๆ ทีจะกลับมาบ้าน ทุกครั้งที่กลับก็ดูผอมซูบลงเป็นกองเลย… ปกติวันศุกร์จะกลับบ้าน แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็นโผล่มา งานที่ศูนย์ยุ่งมากเหรอลูก? ยุ่งจนอึยบินไม่มีเวลากินข้าวกินปลาเลยหรือเปล่า?”
คำพูดของเธอทำให้ยอนอีพลอยกังวลไปด้วย หลังจากงานศพครั้งนั้น เขาก็ไม่ได้เจออึยบินเลย แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังคุยกันทางข้อความตลอด พอฟังจากคำบอกเล่าของจอง