ท่อนขาเรียวยาวขึ้นมาไขว่ห้างและประสานสายตากับยอนอี
“ขอโทษครับ”
เป็นการขอโทษที่แห้งแล้งไร้อารมณ์อย่างยิ่ง ดวงตาของยอนอีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เพราะไม่คิดมาก่อนว่าคนทิฐิสูงอย่างแทฮาจินจะพูดคำนั้นออกมาได้ง่ายดายขนาดนี้
“ผมเจตนาทำจริง ๆ และถึงจะย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็คงเลือกที่จะทำแบบเดิม”
เขาเสยผมที่เปียกชื้นของตัวเองขึ้นไปราวกับกำลังรำคาญใจ
“แต่เพราะความสะเพร่าของผม สถานการณ์ถึงได้บานปลายขนาดนั้น ต้องขอโทษด้วยครับ”
ยอนอีหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อช่างน้ำหนักดูว่าเขาพูดด้วยความจริงใจหรือเปล่า นึกว่าคนคนนี้จะทะนงตัวไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ แต่พอเห็นอย่างนี้แล้ว ปรากฏว่าเขาเองก็ยอมแพ้เป็นเหมือนกันถ้าหากถึงเวลาที่จำเป็น
แน่นอนว่าแค่นี้ไม่ได้ทำให้ยอนอีรู้พอใจสักเท่าไหร่ เพราะเขาเต็มใจขอโทษเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
‘แต่จะไปคาดหวังอะไรจากหมอนี่ได้ล่ะ’
หวังว่าแทฮาจินจะลงไปคุกเข่าขอโทษงั้นเหรอ? คงไม่มีทางซะหรอก
ยอนอีเย้ยหยันตัวเองในใจและพูดว่า
“อย่าใช้พลังเกินตัวจนถึงจุดที่เกิดอาการคลั่งอีกนะครับ เพราะนั่นมันไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตายเลย”
ยอนอีคิดว่าบางทีตัวเขาเองก็อาจจะไม่ปกติเหมือนกัน เพราะถ้